บริเวณกวงหมิงติ่งสมชื่อจริง ๆ ในหมู่บ้านมีแต่ภูเขาเตี้ยกับเนินเขา ทำให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับหมู่บ้านอื่น แหล่งรายได้ก็มีน้อยกว่ามาก ตอนนี้ทางองค์กรจะมาทดลองปลูกสมุนไพรในหมู่บ้านของพวกเขา แถมโรงพยาบาลกองทัพยังจะเป็นผู้รับซื้อโดยตรง หากทำสำเร็จ ก็จะกลายเป็นแห่งเดียวในอำเภอ!
ถึงตอนนั้น รายได้ของหมู่บ้านก็จะเพิ่มขึ้น สถานะก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย คราวหน้าหมั่ยเต๋อฝูไปประชุมที่อำเภอ เขาคงได้เดินเชิดหน้าไปเลยล่ะ!
หมั่ยเต๋อฝูจินตนาการถึงภาพนั้นไปตลอดทาง จนเดินแทบจะลอย กระทั่งถูกยายหมั่ยฟาดก้นด้วยไม้กวาด เขาถึงร้อง “โอ๊ย” แล้วกระโดดโหยง “ป้า ตีผมทำไม!”
ยายหมั่ยถลึงตาใส่เขา “ยังหนุ่มยังแน่นแท้ ๆ ทำไมหูถึงได้แย่กว่าคนแก่แบบฉันอีก? ฉันเรียกตั้งหลายครั้ง แกก็เอาหูไปยัดไว้ในก้นวัวหรือไง?”
หมั่ยเต๋อฝูกระโดดด้วยความโมโห “ผมกำลังทำเรื่องสำคัญอยู่! ผมพาผู้เชี่ยวชาญตัวน้อยไปดูที่ดิน จะปลูกสมุนไพรในหมู่บ้านเรา!”
ยายหมั่ยรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว หลังหมั่ยเต๋อฝูกลับจากประชุมที่เขตทหาร คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็รู้กันหมดแล้ว
นางคร้านจะสนใจหมั่ยเต๋อฝู เดินไปหาฉินซุยซุย ยัดแตงกวาสองลูกกับมะเขือเทศลูกโตสองลูกให้ พร้อมยิ้มตาหยี “ซุยซุย เหนื่อยไหม? หายป่วยหรือยัง ถึงออกมาทำงานแล้ว?”
เดิมทีฉินซุยซุยตั้งใจว่าจะจัดการธุระให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปหายายหมั่ยที่บ้าน ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันกลางทาง เธอรีบรับมะเขือเทศกับแตงกวามา ยิ้มพลางพยักหน้า “หายดีแล้วค่ะ คุณยายหมั่ย! ของกินที่คุณยายฝากคนเอามาให้ ฉันได้รับหมดแล้วค่ะ เมื่อคืนก็ได้กิน อร่อยเหมือนเดิมเลย!”
ยายหมั่ยยิ้มจนตาหยีแทบมองไม่เห็น พอเห็นหมั่ยเต๋อฝูส่งสายตาเตือนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้ว่าไม่ควรเสียเวลาธุระสำคัญ จึงจับมือจ้านจ้านที่เดินอยู่ข้างฉินซุยซุย “จ้านจ้าน แม่ไปทำงาน หนูอยากกลับบ้านกับยายไปเล่นกับพี่อาต้าไหม?”
จ้านจ้านมองแม่ที มองยายที ดูลังเลอยู่บ้าง เขาอยากไปเล่นบนเขากับแม่ก็จริง แต่ก็อยากไปเล่นกับพี่อาต้าเหมือนกัน
