เพ่ยจิ่วเหยียนไม่ได้ไปให้ความร่วมมือในการสืบสวนหรอกหรือ? แล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
หัวใจของฉินซุยซุยเต้นรัวราวกับตีกลอง เธอค่อย ๆ ย่องกลับมาอย่างเงียบเชียบ หมอบลงริมหน้าผาแล้วแนบหูกับพื้นเพื่อฟังความเคลื่อนไหวด้านล่าง
“ฉันว่านายต่างหากที่คงไม่รอด!”
“สิ่งที่ฉันทนดูไม่ได้ที่สุดก็คือท่าทางหยิ่งยโสของนายที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถนิดหน่อยแล้วจะวางตัวเหนือคนอื่น! เหลือลมหายใจอีกเฮือกเดียว ยังจะวางท่าอยู่อีกหรือ?”
“นายคิดว่าตกมาอยู่บนเกาะร้างคนเดียววันนี้แล้วจะหนีออกไปได้หรือ? หรือยังหวังให้พี่น้องสองคนนั่นมาช่วย? ฮ่า ๆ ๆ ๆ! แม้แต่สวรรค์ยังช่วยฉันเลย ตอนนี้เส้นทางออกไปข้างนอกถูกน้ำท่วมหมดแล้ว พอพวกเขามาถึง อาจจะยังได้เห็นศพนายครบทั้งร่าง หรือไม่ก็เห็นแค่กระดูกที่ถูกปลาใหญ่แทะจนเกลี้ยง นายว่าแบบไหนจะทำให้พวกเขาเสียใจมากกว่ากัน? ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”
เสียงหัวเราะน่าสยดสยองของชายคนนั้นกระทบเพดานถ้ำไม่หยุด ก่อนสะท้อนจากก้อนหินภายในถ้ำก้องกังวานไปทั่วอย่างหยิ่งผยอง ราวกับงูพิษที่แลบลิ้นฟ่อไม่หยุด เลื้อยเหนอะหนะอยู่บนผิวหนัง ทำเอาฉินซุยซุยขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เธอขมวดคิ้วแน่น ชายคนนี้พูดข่มขู่ตั้งนานแล้ว ทำไมเพ่ยจิ่วเหยียนถึงไม่ตอบสักคำ? ปกติพูดน้อยก็ว่าไปอย่าง แล้วทำไมตอนทะเลาะกันยังพูดน้อยอีก?
ไม่สิ ไม่ใช่แล้ว ฟังจากน้ำเสียงอวดดีของชายคนนั้นกับเสียงความเคลื่อนไหวด้านล่าง ฝั่งนั้นอาจไม่ได้มีแค่คนเดียว หรือเพ่ยจิ่วเหยียนถูกจับตัวไว้จนพูดไม่ได้?
ฉินซุยซุยกำลังกระวนกระวาย ก็ได้ยินชายคนนั้นเอ่ยถึงเธอขึ้นมาอีก
“อ้อ จริงด้วย ยังมีภรรยาสาวของนายอีกคน ได้ยินว่าเป็นคุณหนูตระกูลนายทุนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจสินะ? ดูผิวพรรณนุ่มนิ่มนั่นสิ บนเตียงต้องเร้าใจมากแน่ ๆ ไม่แปลกเลยที่นายจะไม่สนใจเซอเจียว ถ้าเป็นฉันก็...อ๊าก!”
เสียงอวดดีของชายคนนั้นถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ เพ่ยจิ่วเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่อัดแน่นไปด้วยโทสะ “แกมีสิทธิ์พูดถึงเธอด้วยหรือ?”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายคนนั้นเงียบลง เขาหัวเราะแหบพร่า “รอแกตายก่อน พรุ่งนี้ฉันจะจัดการเธอ...”
