เขาหันกลับไป คิ้วตาคมกริบจับจ้องฝูงชน สายตาพุ่งตรงไปยังหยางหรุ่ยชุ่ยที่กำลังแอบเตรียมหนีอยู่ท่ามกลางผู้คน
“พี่หยางหรุ่ยชุ่ย นี่กำลังจะหนีหรือครับ?”
หยางหรุ่ยชุ่ยชะงักฝีเท้า เธออดยกมือเกาหน้าไม่ได้ ทั้งตัวคัน ทั้งปวดท้อง อาศัยความอดทนอย่างน่าทึ่งฝืนทนมาจนถึงตอนนี้ เดิมทีเธอแค่คิดจะปลุกปั่นอารมณ์ของทุกคนแล้วรีบจากไปทันที ไม่นึกว่าฉินซุยซุยจะออกมาช้าขนาดนี้ ส่วนเพ่ยจิ่วเหยียนก็กลับมาเร็วขนาดนี้
ถูกเพ่ยจิ่วเหยียนพูดต่อหน้าคนมากมายว่ากำลัง “หนี” หยางหรุ่ยชุ่ยจึงรู้สึกเสียหน้า เธอหันกลับไปหมายจะแก้ตัว แต่ไม่คิดว่าเพ่ยจิ่วเหยียนจะไม่คิดสนใจเธอเลย
เพ่ยจิ่วเหยียนโอบฉินซุยซุยไว้ในอ้อมแขน คิ้วตาเย็นชากวาดมองฝูงชนอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “เรื่องสถานะของภรรยาผม รวมถึงเรื่องการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบครั้งนี้ ทางองค์กรจะประกาศแจ้งให้ทราบเอง ทุกคนกลับบ้านไปรอได้เลยครับ”
เพ่ยจิ่วเหยียนขึ้นชื่อว่าเป็นคนหน้าน้ำแข็งในบ้านพักครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความสามารถโดดเด่น อายุยังน้อยก็เลื่อนขึ้นเป็นผู้พันแล้ว ปกติจึงแทบไม่มีใครกล้าทำให้เขาขุ่นเคือง
อีกอย่าง เรื่องของเซอเจียวเพิ่งแพร่ไปทั่วบ้านพักครอบครัวได้ไม่นาน ทุกคนต่างรู้ว่าผู้พันเพ่ยไม่เพียงหน้าตาดุดัน แต่ยังทำอะไรเด็ดขาด พูดว่าจะรายงานก็รายงานจริง ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
เมื่อรวมกับคำอธิบายก่อนหน้านี้ของฉินซุยซุย พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ทุกคนก็ทยอยแยกย้ายกันไป ถึงพวกเขาจะไม่เชื่อฉินซุยซุยกับเพ่ยจิ่วเหยียน แต่พวกเขาเชื่อองค์กรอย่างไม่มีข้อกังขา ในเมื่อทางองค์กรจะประกาศแจ้ง ทุกคนก็แค่กลับไปรอ
แต่ทุกคนยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงของเพ่ยจิ่วเหยียนดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับเสียงจากปีศาจ “นอกจากนี้ เรื่องที่ทุกคนรวมตัวกันร่วมมือทำร้ายภรรยาผม ผมก็จะขอให้ทางองค์กรชี้แจงเรื่องนี้กับผมด้วย”
ทุกคนตกใจหันกลับไป มองเพ่ยจิ่วเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ พวกเขาได้ยินอะไรนะ? ผู้พันเพ่ยทำอะไรเด็ดขาดจริง ๆ นี่จะรายงานพวกเขาอีกแล้วหรือ? ทำไมถึงชอบฟ้องผู้ใหญ่ขนาดนี้!
