"ซุยซุย จำคำที่แม่บอกได้ไหม ไปถึงเกาะฉงไหล่แล้วอย่างอนหรือเหมือนอยู่บ้านนะ"
"ถ้าเจอเรื่องที่แก้ไม่ได้ก็...เข้าไปอ้อนอาเยี่ยนดูนะ พ่อได้ส่งโทรเลขไปหาอาเยี่ยนแล้ว เด็กคนนั้นใจดี จะต้องดูแลเธออย่างดีแน่นอน"
"พ่อแม่ประกาศขาดสายสัมพันธ์กับเธอทางหนังสือพิมพ์ไปแล้ว ทรัพย์สินของตระกูลฉินก็โอนส่วนใหญ่ไปเก็บไว้ที่บ้านลุงหยางก่อน ให้ลุงหยางช่วยรักษาไว้ก่อน พอฟ้าหลังฝนสะอาดเมื่อไหร่ค่อยไปเอาคืน ของใช้ของเธอส่วนใหญ่แม่ก็ส่งไปไว้ที่ห้องอาเยี่ยนแล้ว ถึงที่นั่นถ้าขาดอะไรก็ค่อยซื้อใหม่"
"จำไว้นะ ไม่ว่าอีกสักครู่จะเกิดอะไรขึ้น ต้องหลบอยู่ในห้องใต้ดิน ห้ามออกมาเด็ดขาด..."
แม่ฉินกระพริบตาแรง ๆ ไม่ให้น้ำตาไหลลงมา ลูกสาวที่เลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมมา 18 ปี ต้องถูกบังคับให้จากไปเผชิญมรสุมชีวิตเพียงลำพัง เธอจะวางใจได้อย่างไร
ฉินซุยซุยเองก็กระพริบตาแรง ๆ จนในที่สุดก่อยืนยันได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเรื่องจริง
เธอตื่นขึ้นมาแล้ว! นางเอกของเรื่องนี้กลายเป็นคุณหนูตระกูลทุนนิยมตัวประกอบที่ไม่รอดถึงตอนที่สองในนิยายฝั่งผู้ชาย ตอนนี้คือปี 1970 คืนที่ครอบครัวของเธอถูกปรับทรัพย์ ตอนนี้เวลาเกือบสองทุ่มแล้ว อีกไม่นานพ่อแม่ก็จะถูกพาตัวไป ตามแผน พรุ่งนี้เช้าเธอจะถูกคนที่พ่อจัดการไว้ก่อนหน้าส่งไปสนามบินเพื่อบินตรงไปเมืองหยางเฉิง แล้วจากหยางเฉิงจึงนั่งเรือไปเกาะฉงไหล่
แต่แผนของมนุษย์สู้ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ คนที่ถูกจัดให้มาส่งเธอไปคือเพื่อนสนิทของพ่อชื่อหยางเจี้ยนคัง ครอบครัวหยางสนิทสัมพันธ์กับตระกูลฉินมาตั้งแต่รุ่นปู่ กับฉินหมิงจือผู้เป็นพ่อถือว่าโตมาด้วยกันมาแต่เด็กจุ๊๋น
น่าเสียดายที่หยางเจี้ยนคังเป็นพวกเห็นเงินตาเป็นสีทอง ถูกเงินก้อนโตเกือบทั้งบ้านของตระกูลฉินฉุบปากจนตาลาย เขาไม่เพียงไม่ส่งเธอขึ้นเครื่องไปหยางเฉิง กลับส่งเธอขึ้นเตียงของหัวหน้าวัยกว่า 50 ปีของตัวเองเสียนี่
ในเรื่อง หัวหน้าคนนี้เป็นพวกเพี้ยน เขาทรมานเธอจนเหลือลมหายใจเกือบเดียว พอหนีออกมาได้ก็เจอเข้ากับพระเอกพอดี พระเอกหน้าตาดีใจดีจึงพาเธอไปโรงพยาบาล ก่อนสิ้นใจเธอจึงบอกตำแหน่งที่ซ่อนทรัพย์สินของครอบครัวให้พระเอกฟัง แบบนี้เองพระเอกจึงได้รับมรดกทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านของตระกูลฉินโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ต่อมายังฉวยจังหวะขี่คลื่นปฏิรูปเปิดประเทศจนรุ่งเรืองถึงขั้นร่ำรวยทั้งประเทศ แถมยังมีสาวสวยมากมายพร้อมจะพุ่งชนเขาไม่หยุดไม่สิ้นสุด
ถุย! โลกนี่มันเอดินเบิร์กยักษ์จริง ๆ !
ฉินซุยซุยเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ เอ่ยเบา ๆ กับแม่ที่เดินมาถึงปากทางเข้าห้องใต้ดินว่า "แม่วางใจสิคะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดีแน่ แม่กับพ่อก็ต้องสู้ ๆ นะ รอหนูไปรับกลับ!"
แม่ฉินสะดุดฝีเท้าไปแวบหนึ่ง แล้วก็ร้องไห้วิ่งกลับมากอดลูกสาวที่รัก ถอดต่างหูไข่มุกที่ห้อยอยู่บนใบหูทั้งคู่ยัดใส่มือฉินซุยซุย "เก่งมากนะลูก อย่ากลัวนะ เก็บต่างหูนี่ให้ดี พอคิดถึงแม่เมื่อไหร่ก็หยิบออกมาดู ถ้าถึงทางตันเมื่อไหร่ ต่างหูคู่นี้ก็เอาไปแลกเป็นเงินได้ ต้องปกป้องตัวเองให้ดีที่สุดนะ!"
ฉินซุยซุยบีบต่างหูไว้แน่น พอแม่เดินไกลออกไป น้ำตาที่เก็บไว้ก็ไหลลงมาไม่หยุด หยดน้ำตาตกลงบนต่างหูไข่มุกในมือ ก่อนที่เธอจะทันได้เช็ด รัศมีขาวแสบตาก็วาบผ่านไป ฉินซุยซุยกระพริบตาปบเดียวกลับมาอยู่ในสถานที่แปลกตาแห่งหนึ่งแล้ว
สิ่งแรกที่เห็นคือน้ำตกที่ไหลเชี่ยวไม่หยุด ตกจากหน้าผาสูงหลายสิบเมตรลงมา กระแสน้ำไหลรวมกันในบ่อสีเขียวขุยใต้เขาแล้วกลายเป็นลำธาร
ลำธารแบ่งผืนดินแห่งนี้ออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายเป็นที่ดินดำกว้างใหญ่ ฝั่งขวาเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ฝูงวัวและแกะกำลังเล็มหญ้าอยู่เป็นกลุ่ม ๆ ทั้งภาพเป็นไปอย่างกลมกลืนรื่นรมย์
บนทุ่งหญ้ายังมีกระท่อมไม้สองชั้นตั้งตระหง่านอยู่ ด้านหลังกระท่อมเป็นแถวโรงงานเรียงราย กะระยะมีสักสิบกว่าหลัง ข้างในว่างเปล่าไปหมด มีเพียงหลังแรกที่มีแผงควบคุมอย่างง่ายติดตั้งอยู่ บนแผงมีปุ่มเขียนว่า "ปลูก" "เก็บเกี่ยว" "แปรรูป" "โรงฆ่าสัตว์" ดูเหมือนพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นฟาร์มอัตโนมัติขนาดย่อมนี่นา!
ด้านนอกเริ่มมีเสียงอึกทึก คนพวกนั้นมาจับพ่อแม่ของเธอแล้ว ไม่มีเวลาให้คิดมาก เธอรีบวูบตัวออกจากพื้นที่ทันที
ทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตระกูลฉินถูกซ่อนไว้ในห้องใต้ดินนี้พร้อมกับเธอ เธอต้องรีบย้ายออกให้ได้
ในห้องใต้ดินมีหลายห้อง ฉินซุยซุยคุ้นเคยกับที่นี่ดี ไม่ต้องมีไฟก็เดินมือลูบทางไปยังมุมที่วางยาสมุนไพรได้อย่างรวดเร็ว
บ้านเธอสร้างฐานจากธุรกิจค้ายาสมุนไพร ในห้องใต้ดินมีหีบใบเท่ากันของตังเชีย หวายเหล็ก เทียนหม่า ซานฉี กองซ้อนกันเต็มไปหมด ยังมีอีกหลายหีบที่ล้ำค่ายิ่งกว่า อย่างโสมป่า หลิงจือ เบียร์เสือธรรมชาติ มัสก์ธรรมชาติ เขาแรด ไม้จันทน์ วางแยกเก็บไว้บนชั้นวาง
ฉินซุยซุยกวาดมือทีเดียว รวบทั้งหมดเข้าไปไว้ในโรงงานของพื้นที่พิเศษ
นอกจากแพทย์แผนจีนแล้ว ตระกูลฉินยังมีธุรกิจยาแผนตะวันตกด้วย ในห้องใต้ดินมียาแก้หวัด ยาลดไข้ ยาแพ้ ทิงเจอร์ไอโอดีน น้ำยาฆ่าเชื้อ ผ้าก๊อซ ยารักษาแผล ยาแก้ลมแดด ยากันแมลงกันงู...ครบทุกชนิดพร้อมกันหมด ฉินซุยซุยกวาดเข้าพื้นที่พิเศษจนหมดเกลี้ยง ห้องเก็บยาว่างเปล่าราบคาบ
รีบวิ่งไปห้องที่สอง ข้างในเก็บของส่วนใหญ่เป็นทองคำเงินแท่นและอัญมณี แต่เห็นได้ชัดว่าถูกย้ายออกไปแล้วส่วนใหญ่ ตอนนี้เหลือเพียงห้าถึงหกหีบของทองคำแท่งก้อนโตและก้อนเล็ก ถ้าฉินซุยซุยจำไม่ผิด เมื่อก่อนที่นี่มีหีบแท่งทองคำ ใบทอง ไข่มุกหยก พลอยและอัญมณี ของโบราณแจกันของประดับ หนังสือและภาพวาดลายมือวางเรียงรายอีกเพียบ คงย้ายไปอยู่บ้านหยางเจี้ยนคังหมดแล้ว ไม่เป็นไร อีกไม่นานจะไปเอาคืนมา!
ฉินซุยซุยโบกมือ รวบชั้นวางไม้หงสบางทั้งหมดเข้าพื้นที่พิเศษ วางไว้ในโรงงานไว้ใช้กองของพอดี
ห้องที่สามเก็บหนังสือเอาไว้ หนังสือสารพัดประเภท จากโบราณถึงปัจจุบัน จากตำราวิชาการถึงร้อยกรองร้อยแก้สารคดี จากหนังสือเรียนถึงตำราเกษตรและอุตสาหกรรม แม้แต่หนังสือภาษาต่างประเทศก็มี ยังมีของต้องห้ามจำนวนมาก ฉินซุยซุยรวบทั้งชั้นวางเข้าพื้นที่พิเศษในคราวเดียว
ห้องสุดท้ายเล็กกว่าห้องอื่น ข้างในเดิมมีตู้ไวน์ทั้งแถว เก็บไวน์และสุราชั้นเลิศทั้งในและนอกประเทศที่พ่อสะสมไว้ ตอนนี้ว่างเปล่าโรยรา ตู้อีกตัวมีกล่องเล็กใบหนึ่ง ข้างในเคยเก็บนาฬิกาข้อมือชั้นเลิศสารพัดที่พ่อซื้อไว้ แถมยังมีชาและยาสูบหรูหราที่เก็บรวบรวมมาพร้อมกัน ตอนนี้หมดเกลี้ยงเกลา คงโดนหยางเจี้ยนคังย้ายไปหมดแล้วมั้ง
ฉินซุยซุยเก็บตู้ไวน์ว่าง ๆ เข้าพื้นที่พิเศษ แล้วตรวจสอบห้องใต้ดินอีกรอบ จนแน่ใจว่าย้ายหมดเกลี้ยงแล้ว จึงแนบตัวฟังเสียงด้านนอกที่ปากทางเข้า รออีกราว 20 นาทีกว่า ๆ จนแน่ใจว่าข้างนอกเงียบสนิท เธอถึงค่อย ๆ ไต่ออกจากห้องใต้ดินอย่างระมัดระวัง
บ้านถูกคลำหาจนเละเป็นขัง โต๊ะเก้าอี้ในห้องรับแขกล้มระเนระนาดอยู่กับพื้น ฉินซุยซุยเดินตรงไปห้องนอนของตัวเองก่อน ของมีค่าในห้องนอนแม่ช่วยเก็บเอาไว้แต่แรกแล้ว ส่งไปเกาะฉงไหล่เรียบร้อย เหลือเพียงชุดเสื้อผ้าครึ่งตู้เสื้อ เตียงว่างเปล่า และหน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ถูกค้นจนรุงรัง
ฉินซุยซุยรวบเตียงทั้งหมด ตู้เสื้อ และโต๊ะเครื่องแป้งเข้าไปไว้ในกระท่อมไม้ในพื้นที่พิเศษ ทั้งห้องบัดนี้เหลือไว้แค่สี่ผนังเปล่า ๆ เท่านั้น
จากนั้นจึงเดินมาที่ห้องนอนของพ่อแม่ ห้องนี้แม้แต่ขาเตียงยังถูกแยกชิ้นออกมา ฉินซุยซุยเก็บขาเตียงอ้วนท้วนทั้งสี่ต้นจากพื้น เปิดจุกไม้ด้านล่างของสองต้นออก ธนบัตรมัดโค้งทั้งสิบมัดก็กลิ้งออกมาจากข้างใน ฉินซุยซุยเก็บขึ้นมานับ มัดหนึ่งมีห้าร้อย สิบมดรวมกันห้าพันบาท ไม่ผิดแน่
อีกสองต้นที่เหลือ ต้นหนึ่งซ่อนตั๋วเสบียงกรังทั้งประเทศมัดใหญ่หลายมัด พร้อมตั๋วเนื้อสัตว์และตั๋วอุตสาหกรรมสารพัดชนิด อีกต้นหนึ่งซ่อนทองคำแท่งก้อนเล็กห่อผ้าฝ้ายกว่าสิบก้อน โฉนดที่ดินและบ้านของครอบครัว และสมุดบัญชีที่เปิดไว้ในนามของเธอ ภายในมีเงินห้าหมื่นบาท
สิ่งเหล่านี้เป็นของที่แม่เล่าให้ฟังก่อนจากไป และเป็นแผนสำรองที่เตรียมไว้ให้เธอ ถ้าหนีไปเกาะฉงไหล่ไม่สำเร็จ ต่อให้ถือเงินและตั๋วพวกนี้ ชีวิตก็คงไม่ลำบากเกินไปนัก
ฉินซุยซุยเช็ดน้ำตา ลอกเลียนแบบเมื่อครู่ รวบห้องพ่อแม่จนว่างเปล่า แม้แต่แผ่นเตียงที่ถูกแยกชิ้นก็ไม่ปล่อยไว้ ของของพ่อแม่ เธอจะปกป้องไว้ให้ครบถ้วน
แล้ววิ่งไปหมุนเวียนดูครัวอีกรอบ ถึงกับมีคนขุดหม้อบนเตาไปเสียแล้ว ฉินซุยซุยจึงได้แต่รวบแตงกวาดองและพริกจิ้มสองสามไหที่แม่บ้านเคยทำไว้เข้าพื้นที่พิเศษ พอกินน้ำพริกดองหมด น้ำเก่าข้างในก็ยังเอามาใช้ต่อได้อีกนี่นา!
สุดท้ายเธอรวบโต๊ะเก้าอี้ตู้เสื้อที่ยังไม่ถูกทำลาย ชั้นวางโต๊ะเขียนหนังสือ หม้อไหชาม และของในห้องเครื่องมือออกไปทั้งหมด แม้แต่เมล็ดดอกไม้และเมล็ดผักที่แม่บ้านเคยเก็บไว้ก็ไม่ยอมปล่อย
ย้ายของเสร็จ ฉินซุยซุยหยิบถุงผ้าที่ห้อยอยู่บนไหล่ออกมาดู ข้างในมีกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก ในกระเป๋ามีเงินสองพันกว่าบาท ทั้งร้อยทั้งแตก มีตั๋วรัฐวิสาหกิจทั้งประเทศกองหนึ่ง นาฬิกายี่ห้อเหมยฮัวสุภาพเรียบ ๆ อีกหนึ่งเรือน บัตรประจำตัวของเธอเอง และตั๋วเครื่องบินเที่ยวเช้าเวลาเจ็ดโมงที่บินไปหยางเฉิง ถุงยังมีขนมนมกลิ่นไหม้ก้อนกลมเล็ก ๆ เตรียมไว้ให้แก้หิว เค้กไข่หลายชิ้น ขนมร่อนหลายชิ้น และเหยือกน้ำหนึ่งใบ พอเห็นสิ่งเหล่านี้ น้ำตาของฉินซุยซุยก็ซูมขึ้นมาอีกครั้ง
เธอพยายามกลั้นมันกลับลงไป หยิบนาฬิกาขึ้นดู ใกล้ตีสองแล้ว หยางเจี้ยนคังที่นัดหมายกับพ่อแม่เอาไว้ว่าจะมารับเธอเที่ยงคืน ก็เช่นคาดไม่มา ฉินซุยซุยหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง เขาไม่มาก็ช่างเขา งั้นเธอไปเองก็แล้วกัน!
