ฉินซุยซุยรู้สึกเหมือนมีฝ่ามือยักษ์ที่มองไม่เห็นกำหัวใจของเธอไว้ แล้วขยำมันไปมาเหมือนนวดแป้ง กดจนแบนแล้วคลึงให้กลม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างทารุณ
เธอรู้สึกคันที่ใบหน้า จึงยกมือขึ้นแตะ ก่อนจะพบว่าตัวเองน้ำตาไหลอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
เธอไม่มีเวลาจะเช็ดน้ำตา รีบวิ่งเข้าไปกอดเจ้าตัวน้อยพร้อมตบหลังปลอบ “จ้านจ้าน ไม่ต้องกลัวนะ ไม่เป็นไรหรอก เปื้อนก็ไม่เป็นไร แม่จะทำความสะอาดให้เอง ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกไหม หิวหรือเปล่า กินโจ๊กสักหน่อยดีไหม”
จ้านจ้านยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าฉินซุยซุยเบา ๆ เสียงยังแหบพร่าจากการเพิ่งอาเจียน “แม่อย่าร้องไห้เลย จ้านจ้านไม่ทรมานแล้ว อาเจียนออกมาก็ไม่ทรมานแล้ว จ้านจ้านอยากกินโจ๊ก กินเสร็จก็จะหายดีทันที”
ฉินซุยซุยพยักหน้ารัว ๆ “ได้ ลูกนอนรอแม่บนเตียงดี ๆ นะ แม่มาเดี๋ยวนี้แหละ”
เธอหันหลังให้ น้ำตาหยดใสก็ไหลลงมาเป็นสายอีกครั้ง เธอจะดูไม่ออกได้อย่างไรว่าจริง ๆ แล้วเจ้าตัวน้อยไม่มีความอยากอาหารเลย แต่ไม่อยากให้เธอผิดหวัง จึงฝืนทนความทรมานบอกว่าอยากกินโจ๊ก อยากหายป่วยเร็ว ๆ
เป็นเพราะเธอดูแลลูกได้ไม่ดีพอ ลูกถึงไม่มีความรู้สึกปลอดภัย ทั้งที่ตัวเองป่วยและทรมานอยู่แท้ ๆ ยังกลัวว่าทำอะไรผิดแล้วจะทำให้เธอโกรธ ยังต้องคอยเกรงใจความรู้สึกของเธออีก
ถ้าเป็นลูกบ้านอื่น เจอสถานการณ์แบบนี้คงก่อเรื่องจนทั้งบ้านวุ่นวายไปหมด แล้วทุกคนก็ต้องตามง้อกันจ้าละหวั่น
ฉินซุยซุยรีบเช็ดน้ำตา ไปตักน้ำจากห้องน้ำมาล้างมือและเช็ดหน้าให้เจ้าตัวน้อยจนสะอาด แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ ก่อนจะอุ้มเขาไปวางบนเตียงของเธอกับเพ่ยจิ่วเหยียน พลางปลอบเสียงเบา “เด็กดีนอนอยู่ตรงนี้นะ แม่ไปยกโจ๊กมาให้”
จ้านจ้านกะพริบตากลมโต มองตามประตูไม่วางตาจนกระทั่งเงาหลังของแม่ลับหายไป ใบหน้าอ่อนแรงมีทั้งความเขินอายและความดีใจ แม่เรียกเขาว่าเบบี๋ด้วย! แม่เรียกเขาว่าเบบี๋จริง ๆ! ถึงก่อนหน้านี้แม่จะเคยบอกว่าเขาเป็นสุดที่รักของพ่อกับแม่ แต่ก็ไม่เคยเรียกเขาต่อหน้าแบบนี้เลย!
ใครจะรู้ว่าเวลามองเห็นแม่ของเด็กคนอื่นเรียกลูกว่าเบบี๋ที่โรงเรียนเล็ก เขาอิจฉามากแค่ไหน! ตอนนี้เขาก็เป็นเบบี๋แล้ว! เขาเป็นเบบี๋ของแม่แล้ว!
