ฉินซุยซุยไม่คิดเลยว่าเพ่ยจิ่วเหยียนจะไปจริง ๆ ในคืนนั้น หลังจากบอกว่าจะให้ความร่วมมือในการสอบสวน
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมายังรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย พอส่งจ้านจ้านไปโรงเรียนเล็กแล้วก็ตรงดิ่งไปยังบริเวณกวงหมิงติ่งทันที
ข้อเสนอเรื่องโรงพยาบาลของเธอได้รับอนุมัติแล้ว ส่วนบ้านว่างในหมู่บ้านก็กำลังเก็บกวาดอยู่พอดี เธอจึงต้องไปดูสักหน่อย จะได้สำรวจด้วยว่ายังมีตรงไหนต้องปรับปรุงอีกบ้าง
ซูอวิ้นอี้ตั้งใจทำงานมากจริง ๆ นับตั้งแต่ปลูกต้นกล้าที่เพาะไว้เมื่อคืนก่อนลงดิน เธอก็แทบจะทุ่มเวลาทั้งหมดนอกจากเวลานอนให้กับแปลงสมุนไพร ผิวคล้ำขึ้นไปหนึ่งระดับ แถมยังผอมลงไปอีกหนึ่งระดับ
ฉินซุยซุยลงไปเดินดูในแปลงรอบหนึ่ง ตรวจสอบการเติบโตของต้นกล้าสมุนไพรอย่างละเอียด แล้วก็ตรวจสภาพดินกับน้ำอีกครั้ง
พอจัดการธุระเสร็จ แดดก็แรงแล้ว สองสาวหลบอยู่ใต้ร่มไม้ ฉินซุยซุยอาศัยถุงผ้าบังสายตา หยิบน้ำถั่วเขียวเย็นเจี๊ยบสองถ้วยออกมาจากมิติแล้วยื่นให้อีกฝ่าย ทั้งคู่กินไปคุยไป
ฉินซุยซุยเงยหน้ามองท้องฟ้า “ตอนฉันเดินมาที่นี่ ได้ยินคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกว่าเห็นท้องฟ้าแล้วรู้สึกว่าผิดปกติ อีกสองวันอาจมีพายุไต้ฝุ่น”
ซูอวิ้นอี้ได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว “แล้วจะทำยังไงดี ต้องหาอะไรมาบังไว้หรือเปล่า”
ฉินซุยซุยส่ายหน้า “ตอนเลือกแปลงนี้ฉันก็คำนึงถึงเรื่องนี้แล้ว เนินเขาตรงนี้อยู่ด้านหลังของทะเลพอดี รอบ ๆ ยังมีต้นไม้ช่วยบังอีกชั้น แถมต้นกล้าพวกนี้ก็เตี้ยมาก แทบจะติดพื้นดินอยู่แล้ว ตามหลักแล้วคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก”
อีกอย่าง ถ้าถึงตอนนั้นพายุไต้ฝุ่นพัดมาจริง ๆ ต่อให้หาอะไรมาบังก็ไร้ประโยชน์ เว้นแต่จะสร้างบ้านขึ้นมาคลุมแปลงสมุนไพรไว้ ซึ่งเห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้
การเติบโตของสมุนไพรก็เหมือนพืชตามธรรมชาติ ต้องผ่านการคัดเลือกตามธรรมชาติ ตอนปลูกสมุนไพรชุดนี้ เธอผสมน้ำจากลำธารเวทมนตร์ลงไปในน้ำที่ใช้รดเล็กน้อย น่าจะช่วยให้พวกมันต้านทานพายุไต้ฝุ่นได้บ้าง