มันฝรั่งที่ติดคอซ่งอวิ๋นไหล่เลื่อนลงไปดัง “ปั๊ก” เขาพูดอู้อี้ว่า “มีสหายผู้หญิงมาส่งข้าวครับ...”
ฉินซุยซุยมองเพ่ยจิ่วเหยียนอย่างสนอกสนใจ แต่กลับไม่เห็นวี่แววกระวนกระวายบนใบหน้าของผู้ชายใจร้ายคนนั้นแม้แต่น้อย
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ วินาทีต่อมา เสียงของเสี่ยวเซิ่ง ทหารยามหน้าห้องทำงานก็ดังขึ้น “สหายเจีย นี่เป็นห้องทำงานของท่านผู้บังคับบัญชา คุณเข้าไปไม่ได้ครับ”
เจียจินจินกระทืบเท้าอยู่ข้างนอก “เสี่ยวเซิ่ง ทำไมไม่ยืดหยุ่นเอาเสียเลย นี่เวลาอาหารกลางวันไม่ใช่หรือ อีกอย่าง ผู้พันเพ่ยกับพวกเขาก็อยู่ข้างใน ฉันจะไปทำเรื่องไม่ดีได้ยังไง”
เสี่ยวเซิ่งทำหน้าเคร่งขรึมไร้ความลำเอียง “ไม่ได้ครับ”
เจียจินจินกลอกตา “ถ้าอย่างนั้นบอกฉันหน่อยได้ไหมว่า สหายผู้หญิงที่อยู่ข้างในเป็นใคร”
เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง เสี่ยวเซิ่งพยักหน้า “เธอเป็นภรรยาของท่านผู้บังคับบัญชาครับ”
ดวงตาของเจียจินจินเป็นประกาย เธอเบี่ยงตัวผ่านเสี่ยวเซิ่งแล้วโถมเข้าไปเกาะหน้าต่าง ตะโกนใส่ฉินซุยซุย “วีรสตรี! วีรสตรี! ฉันชื่อเจียจินจิน ในที่สุดก็ได้พบคุณแล้ว!”
ฉินซุยซุยแสร้งทำสีหน้าไม่อยากเชื่อพลางกวาดตามองรอบห้อง ในห้องนี้มีผู้หญิงอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือ วีรสตรีที่ว่าเรียกเธอหรือ?
เธอหันไปทางเจียจินจินนอกห้อง แล้วชี้นิ้วมาที่ตัวเอง “คุณเรียกฉันหรือคะ”
เจียจินจินเกาะหน้าต่างพลางพยักหน้ารัว ๆ
คราวนี้สีหน้าสนอกสนใจกลับไปปรากฏบนใบหน้าของเพ่ยจิ่วเหยียน
ฉินซุยซุยถลึงตาใส่เขา ก่อนมองเจียจินจินที่อยู่หน้าประตูแล้วรู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อย เธอเดินไปที่ประตูแล้วถามว่า “สวัสดีค่ะสหายเจีย มีธุระอะไรกับฉันหรือคะ”
พอเห็นเธอเดินออกมา เจียจินจินกลับเขินอายขึ้นมาเสียอย่างนั้น ก็เพราะวีรสตรีคนนี้ไม่เหมือนหญิงแกร่งผู้สง่างามที่เธอจินตนาการไว้เลย ที่แท้วีรสตรีก็น่ารักอ่อนหวานได้ขนาดนี้ แถมยังสวยเหมือนคนในโปสเตอร์หนังอีกด้วย!
เจียจินจินดีใจจนเผลอขยับมือที่วางอยู่บนหน้าต่างดัง “เพล้ง” กระจกหน้าต่างแข็ง ๆ แตกกระจายทันที แม้แต่กรอบหน้าต่างที่หนาเท่าท่อนแขนก็ยังหักตามไปด้วย
