ต้องยอมรับว่าหาวเคอเลือกเวลาได้ดีจริง ๆ
ตอนนี้เป็นเวลารับประทานอาหารกลางวันพอดี สาว ๆ วัยเยาว์หน้าตาสะสวยกลุ่มหนึ่งในชุดกีฬา ยืนตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้านตระกูลเพ่ย ดึงดูดสายตาผู้คนมากมาย
หลายคนถึงกับไม่สนใจว่าจะโดน “ก้อนน้ำแข็งใหญ่” อย่างเพ่ยจิ่วเหยียนแช่แข็งหรือเปล่า ต่างอุ้มกล่องข้าว ถือชามข้าวพากันเข้ามามุงดู
ยังมีพี่สะใภ้ใจกล้าบางคนทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ วิ่งเข้ามาถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไรกันหรือ?”
ดีหน่อยที่นักกีฬาของทีมกีฬาของกองทัพ แม้จะเป็นสาว ๆ ร่าเริงคล่องแคล่ว แต่ก็ไม่ได้ไร้ไหวพริบ พวกเธอรู้ว่าถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของหาวเคอ จึงไม่มีใครตอบ เพียงแต่ตะโกนเรียกอยู่ไม่หยุด
ได้ยินเสียงด้านนอกดังขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้ชือตงหลินขี้ขลาดแค่ไหน ก็ไม่กล้าหดหัวเป็นเต่าต่อไปแล้ว ที่นี่เป็นบ้านของเพ่ยจิ่วเหยียน หากทำให้ฉินซุยซุยกับเพ่ยจิ่วเหยียนขัดแย้งกันขึ้นมา พวกเขาคงเป็นพี่น้องกันต่อไปไม่ได้แน่
เขาจึงจำใจฝืนเดินออกไป เตรียมพาหาวเคอเข้ามาข้างใน
แต่หาวเคอเอาแต่ร้องไห้ ดูสับสนลนลานไม่รู้จะทำอย่างไร สาวผมสั้นคนก่อนจึงเสนอตัวว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ
คนมามุงดูเยอะเกินไป ชือตงหลินไม่อยากถกเถียงยืดเยื้อ จึงทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับ
ก่อนจากไป เหล่านักกีฬาคนอื่น ๆ ยังตะโกนบอกหาวเคอว่า “เคอเคอ อย่ากลัวนะ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็กลับมาหาพวกเรา พวกเราจะช่วยสนับสนุนเธอเอง!”
ฉินซุยซุยที่ยืนอยู่ในลานบ้านได้ยินแล้วอดขำไม่ได้ หาวเคอที่จิงชื่อก่อนหน้านี้เห็นชัดว่าเดินสายสาวห้าวพูดจาฉะฉาน เหตุใดพอมาถึงเกาะฉงไถถึงเปลี่ยนเป็นสาวน้อยดอกบัวขาวผู้เป็นที่รักของทุกคนไปได้? สลับบทบาทได้คล่องจริง ๆ
เพ่ยจิ่วเหยียนเหลือบมองฉินซุยซุยที่กำลังยิ้มเย็น ใจก็พลันกระวนกระวาย “ภรรยา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผมนะ หลังจากผมกับอวิ๋นไหล่แยกกับคุณเมื่อเช้า เราก็เจอตงหลินอยู่ในบ้านเช่าของหาวเคอ เลยรีบพาเขากลับมา เรื่องอื่นเราไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ฉินซุยซุยถลึงตามองเขา ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นของสาวผมสั้นดังขึ้น “ผู้บังคับกองร้อยเพ่ย คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?”
