“ซื้อเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
หมิงเสี่ยงแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าเซี่ยจวินอาจขอให้เพื่อนช่วยซื้อแล้วส่งมาให้ตั้งแต่วันถัดมา ความเร็วไม่เลวเลย แต่ไม่รู้ว่าคุณภาพเป็นยังไงบ้าง
หมิงเสี่ยงไม่เคยขี่จักรยานมาก่อน พอรู้สึกอยากลองจึงขึ้นไปขี่ดู ผลคือรถส่ายไปมา ทรงตัวแทบไม่อยู่ แถมเกือบล้มอีกด้วย
มือคู่หนึ่งยื่นมาประคองจักรยานไว้อย่างมั่นคงและแข็งแรง หมิงเสี่ยงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นสีหน้ากังวลของเซี่ยจวิน “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“แปลกใหม่ดีนะ ฉันเองก็เพิ่งเคยลองขี่จักรยานครั้งแรก” หมิงเสี่ยงส่ายหน้า ดวงตาโค้งเป็นรอยยิ้ม “คุณอยากลองดูไหม?”
เซี่ยจวินกระแอมเบา ๆ “ยังไม่รีบหรอก ผมจะจับจักรยานไว้ข้าง ๆ คุณลองขี่ดูก่อนเถอะ”
“ได้”
ในลานบ้านจึงมีภาพเช่นนี้ คนหนึ่งประคอง อีกคนฝึกขี่ มีทั้งเสียงอุทานและเสียงหัวเราะแผ่วเบา บรรยากาศอบอุ่นและเปี่ยมสุข
“หวานกันขนาดนี้เลยนะ...”
เสี่ยวหง เสี่ยวลวี่ และเสี่ยวจื่อที่แอบหลบอยู่ข้างหน้าต่าง มองภาพในลานบ้านด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“อ๊า หวานจริง ๆ ทำเอาฉันอยากมีแฟนสักคนเลย”
“อาเฉียง อาเฟย อาเฉินเป็นไง?” เสี่ยวจื่อถาม แต่ได้รับสายตารังเกียจจากอีกสองคนพร้อมกัน เธอเก้อเขินจนยกมือจัดผม “ต้องรังเกียจกันขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันว่าก็ดีออก”
แอบฟินอยู่ตรงนั้นได้ไม่นาน พวกเธอก็รีบกลับเข้าไปในโทรทัศน์
“จริงเหรอ?”
เสียงถามเย็นเยียบดังลอยมาข้างหูอย่างกะทันหัน เสี่ยวจื่อที่ช้ากว่าคนอื่นอยู่ก้าวหนึ่งสะดุ้งโหยง หันไปมองด้านหลัง ก็เห็นผีหลายตนที่เธอเพิ่งพูดถึงกำลังมองมาด้วยสีหน้าประหลาด ราวกับกำลังมองคนโรคจิต กระต่ายยังไม่กินหญ้าข้างรังแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่เว้นแม้แต่พวกเขาสามคน
