พนักงานสิ่งเลวร้ายชะงักไป สีหน้าฉงนใจอย่างยิ่ง “คุณจะลาหยุดหรือครับ?”
เซี่ยจวินสีหน้าเย็นชา “จะไปเที่ยวกับภรรยา ไม่ต้องอิจฉาหรอก นายก็รีบแต่งงานสิ”
พูดจบเซี่ยจวินก็สาวเท้าเข้าไปในห้องพัก ทิ้งพนักงานสิ่งเลวร้ายไว้กับสีหน้าราวกับกลืนของเสียลงไป ในใจได้แต่บ่นพึมพำ รู้สึกเหมือนถูกอวดใส่หน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มีเมียแล้วมันน่าภูมิใจนักหรือไง
หน้าตาเขาก็ไม่เลว สักวันต้องได้เลิกโสดแน่
พนักงานสิ่งเลวร้ายบ่นพึมพำอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า ทั้งยังหยิบกระจกขึ้นมาส่องใบหน้าเหลี่ยมของตัวเอง “ก็ยังหล่อเหลาเอาการเหมือนเดิม”
“พรืด...”
จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะดังมาจากด้านหลัง เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิด พนักงานสิ่งเลวร้ายหันไปมอง ก็เห็นเพื่อนร่วมงานที่เป็นคู่แข่งกัน
“หัวเราะอะไรนักหนา เชื่อไหมว่าฉันจะบิดหัวแกออกมาเตะเล่นเหมือนลูกบอล!”
เพื่อนร่วมงานกุมท้องหัวเราะอยู่อึดใจ ก่อนยกนิ้วโป้งให้ “...พี่ครับ ผมนับถือความมั่นใจของพี่จริง ๆ ไม่มีใครเทียบพี่ได้เลย”
กลิ่นอายอันตรายแผ่ออกมาจากตัวพนักงานสิ่งเลวร้าย หมอกดำพลันโหมกระหน่ำ “แกหัวเราะเยาะฉัน หาว่าฉันหน้าหนาอย่างนั้นเหรอ?”
เพื่อนร่วมงานพยายามกลั้นหัวเราะจนแทบทรมาน เขายกมือปัดหมอกดำให้สลาย “เปล่าสักหน่อย ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันหมายถึงว่า ถ้านายอยากหาแฟน ที่นี่ก็มีอยู่คนหนึ่ง”
เขาส่งสายตาบอกไปทางผู้เล่นหญิงหลายคน พนักงานสิ่งเลวร้ายมองตามแล้วทำหน้ารังเกียจ “นายจะไปชอบอาหารของตัวเองหรือไง?”
“เปิดใจให้กว้างหน่อยสิ นายคงไม่โสดมาจนป่านนี้หรอก”
เพื่อนร่วมงานยักไหล่ ก่อนหายตัวไปจากจุดเดิม พนักงานอย่างพวกเขามีงานยุ่งมาก แทบไม่มีเวลาว่าง นาน ๆ ทีถึงจะโผล่มาที่โรงฆ่าสัตว์ นอกนั้นก็ไปลานล่า ในดันเจี้ยนระดับสิบดาว ผู้เล่นต้องเอาชีวิตรอดให้ครบหนึ่งเดือน วันสุดท้ายเจ้าสิ่งเลวร้ายจะมาปรากฏตัวด้วยตนเองและลงมือสังหารหมู่ ใครหนีรอดก็ผ่านด่าน ส่วนใครหนีไม่พ้นก็ต้องตาย
