“นี่เราเจอมิจฉาชีพเข้าแล้วเหรอ?”
“อืม เราสองคนหน้าตาดีขนาดนี้ ไม่แน่ว่าอาจโดนลักพาตัวไปขายก็ได้นะ”
หลี่ซือเหวินตัวสั่นวาบ ไม่อยากให้หลี่เถียนพูดต่อ
“อย่ามาขู่คนสิ”
หลี่เถียนยิ้มถาม
“แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ?”
หลี่ซือเหวินเบ้ปาก ไม่พูดอะไร
หลี่เถียนทำเหมือนไม่เข้าใจความหมายของหลี่ซือเหวิน แล้วพูดต่อว่า “ถ้าโดนขายไปอยู่ในหุบเขาเล็ก ๆ แล้วยังถูกล่ามโซ่หมาไว้ด้วย...”
หลี่ซือเหวินรีบยกมือปิดปากหลี่เถียน
พูดได้น่ากลัวเกินไปแล้ว
อย่าคิดมากดีกว่า
ถ้าคิดมากเข้า ต่อไปคงไม่กล้าออกจากบ้านคนเดียวแน่
หลี่เถียนปัดมือหลี่ซือเหวินออกอย่างรำคาญ
“อยู่ข้างนอกอย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านเด็ดขาด อย่าทำเก่งจนเกินตัว ดูแลตัวเองให้ดีก่อน ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก...”
หลี่ซือเหวินก้มลงจิ้มหน้าผากหลี่เถียน
“ไปเอาคำพูดเป็นชุด ๆ แบบนี้มาจากไหนกัน แต่ก็มีเหตุผลดีนะ”
หลี่เถียนเคยอ่านรายงานพิเศษ พอเศรษฐกิจพัฒนาขึ้น กล่องแพนดอราก็ถูกเปิดออกด้วย
ทั้งลักขโมย หลอกลวง และลักพาตัว...
เกิดขึ้นไม่ขาดสาย
ปัญหาหลายอย่างร้ายแรงมากแล้ว ชาวบ้านทั่วไปเพิ่งจะได้รู้บ้างก็เพราะมีการรายงานข่าว
ถ้ามีรายงานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากกว่านี้ตั้งแต่แรก จนผู้คนระแวดระวังกันมากขึ้น โศกนาฏกรรมในสังคมจะลดลงได้บ้างไหมนะ?
พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เถียนก็เกิดความคิดขึ้นมา
“น้าคะ น้าเขียนเรื่องวันนี้ส่งไปลงหนังสือพิมพ์ได้นะ จะได้เตือนคนอื่น ๆ ด้วย”
หลี่ซือเหวินพยักหน้า
“ความคิดนี้ไม่เลว แต่เราไม่ได้เสียหายอะไรนี่ เขียนออกไปแล้วจะน่าเชื่อถือไหม?”
