หลี่หยวนเฉายื่นมือไปขยี้ผมของหลี่เถียน
อาจเพราะสัมผัสแล้วรู้สึกดี เขาจึงลูบเพลินจนไม่อยากชักมือกลับ
หลี่เถียนปัดมือซุกซนออกอย่างประท้วง
“หนูไม่ใช่พุดเดิ้ลนะ อย่ามาจับโน่นจับนี่สิ”
แต่พูดก็พูดเถอะ ตอนนี้หัวเล็ก ๆ ที่มีขนนุ่มฟูของเธอดูเหมือนพุดเดิ้ลจริง ๆ
หลี่หยวนเฉาหัวเราะจนล้มลงไปนอนคว่ำบนเตียง
หลี่เถียนกลอกตาใส่เขาไม่หยุด มีอะไรน่าขำนักหนา มุกแค่นี้ก็ขำแล้วเหรอ
“ขำอะไรนักหนา ถ้าหนูเป็นพุดเดิ้ลตัวเล็ก พ่อก็เป็นหมาตัวใหญ่ไง”
หลี่เถียนยกเท้าถีบแขนของหลี่หยวนเฉาเต็มแรง
น่าเสียดาย แขนของหลี่หยวนเฉาแข็งเกินไปจนถีบแล้วเจ็บเท้า
“พ่อ แขนพ่อไม่มีเนื้อเลยเหรอ แข็งจนเจ็บเท้าแล้ว”
หลี่หยวนเฉาหัวเราะพลางลุกขึ้นนั่ง
แถมยังอวดกล้ามต้นแขนให้ดูอีกด้วย
หลี่เถียนขยับเข้าไปบีบดู
บีบไม่เข้าเลยสักนิด
“เห็นไหม นี่แหละพลัง” หลี่หยวนเฉาพูดอย่างภาคภูมิใจ
หลี่เถียนจำต้องยอมรับ เธอยิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้
“อยากแข็งแรงเหมือนพ่อไหม”
หลี่เถียนส่ายหน้าแรง ๆ จนผมปลิวว่อน
เธอแค่อยากสวยก็พอ
ไม่ได้อยากมีกล้ามเป็นมัด ๆ
หลี่หยวนเฉายิ้มพลางหยิบหวีมาหวีผมให้เธอ
“วันอาทิตย์หน้า พ่อจะพยายามกลับมาส่งลูกไปเรียนให้ได้ ถ้าพ่อไม่อยู่ ลูกก็เชื่อฟังที่ย่าจัดการนะ”
“ผู้การหลี่ พ่อพูดมากจังเลย”
หลี่หยวนเฉาแค่นเสียง “ถ้าลูกทนหมัดกับฝ่ามือไหว พ่อก็ไม่อยากพูดให้เสียเวลาหรอก”
“ไม่เชื่อฟัง เดี๋ยวโดนตบสักสองที ก็เรียบร้อยเอง”
หลี่เถียนเบ้ปาก ดูท่าเธอคงไม่ใช่แค่ห้ามมีกล้าม แต่ยังต้องทำตัว “บอบบาง” กว่านี้ด้วย
