ถึงหยวนจวินจะเตรียมใจมาแล้ว แต่พอมีคนโห่แซวขึ้นมา เขาก็ยังประหม่าเสียจนหน้าแดงก่ำ
แย่แล้ว พอประหม่าเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
หลี่เถียนเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของหยวนจวิน จึงเริ่มปรบมือขึ้นมาก่อน
จะพูดมากไปหรือน้อยไปก็ไม่เป็นไรหรอก
พอมีคนปรบมือ การแนะนำตัวก็จบลงได้
ซ่งลี่มองหลี่เถียนอย่างอ่อนโยน
จากนั้นก็ตบไหล่หยวนจวินเบา ๆ “ไปนั่งข้างขวาของหลี่เถียนสิ”
หยวนจวินดีใจที่ได้นั่งข้างหลี่เถียน
เขาเดินไปอย่างกระตือรือร้น
“เด็ก ๆ ชาติของเรามีพื้นที่กว้างใหญ่ ภาษาแต่ละถิ่นก็แตกต่างกันมาก แต่ละภาษาถิ่นมีสำเนียงเฉพาะตัว ไม่ใช่เรื่องน่าขำเลยนะ”
“เมื่อเจอสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยหรือรู้สึกแปลก ก็ต้องรู้จักเคารพกัน”
“หยวนจวินพูดติดสำเนียงนิดหน่อย แต่กล้าหาญมาก ต่อไปทุกคนก็อยู่ร่วมกันดี ๆ ล่ะ”
ซ่งลี่กวาดตามองเด็กทั้ง 12 คนในห้อง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ด้านหลัง
“เมื่อกี้เป็นครั้งแรก ครูจะเตือนเท่านั้น ถ้าทำอีก จะลงโทษพร้อมกัน”
“เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”
หลี่เถียนประทับใจคุณครูคนนี้มาก
ยังไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการสอนเลย ถ้าคุมเจ้าลิงน้อยพวกนี้ไม่อยู่ ก็ถือว่าครูบกพร่องต่อหน้าที่แล้ว
“ทุกคนเอาการบ้านปิดเทอมฤดูร้อนออกมา วางไว้บนโต๊ะ”
“ใครไม่ได้เอามา หรือยังทำไม่เสร็จ ไปยืนหลังห้องเอง”
มีเด็กสองคนเดินไปยืนแต่โดยดี
“เถียนเถียน ฉันยังไม่ได้ทำ ต้องไปยืนทำโทษไหม?” หยวนจวินไม่กล้าถามคุณครู เลยได้แต่ขอความช่วยเหลือจากหลี่เถียน
