“พ่อของเย่ซินอยู่กรมไหนนะ?”
“พ่อ หนูจำได้ว่าเขาทำงานอยู่เหมืองถ่านหิน พอกลับปักกิ่ง ก็น่าจะได้เข้ากระทรวงแล้วมั้งคะ”
หลี่เซิ่งลี่พยักหน้า เคาะนิ้วเบา ๆ อย่างเผลอตัว แต่ไม่ได้พูดอะไร
หลี่เถียนแอบจุ๊ปาก เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ คนละวงสังคม คนที่ได้พบเจอก็ย่อมต่างกัน
เพื่อนร่วมชั้นก็ใช่ว่าจะสนิทกันจนเป็นเพื่อนได้ง่าย ๆ
“ซือเหวิน จะพาแฟนไปด้วยไหม?”
ทุกคนนั่งอยู่ใกล้ ๆ อยากแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็ยาก เย่เจาจึงถามออกมาตรง ๆ
“แม่ หนูขอคิดดูก่อนนะคะ” หลี่ซือเหวินเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้
“เพิ่งคบกันใช่ไหม งั้นอย่าเพิ่งพาไปเลย รอให้ความสัมพันธ์มั่นคงกว่านี้แล้วค่อยพาไปร่วมงานสังสรรค์แบบนี้”
หลังจากรู้เรื่องความฝันประหลาดของซือหลิน เย่เจาก็จะไม่ยอมให้ซือเหวินแต่งงานกับจางฉี่เจ๋ออีก
เธอทำงานปฏิวัติมาทั้งชีวิต จึงให้ความสำคัญกับวิธีการและขั้นตอน ไม่คิดจะคัดค้านอย่างหุนหันพลันแล่น เพราะมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง
แต่เครือข่ายความสัมพันธ์ของตระกูลหลี่และของซือเหวิน จะปล่อยให้จางฉี่เจ๋อได้ประโยชน์ไปฟรี ๆ ไม่ได้เด็ดขาด
“ได้ค่ะ หนูเชื่อแม่”
หลี่ซือเหวินเห็นด้วยกับคำพูดของเย่เจา
จากนั้นก็หันไปพูดกับหลี่เถียนว่า “ฉันก็ไม่พาเธอไปด้วยหรอกนะ!”
หลี่เถียนเบะปาก ไม่พาไปก็ไม่ไปสิ
เธอไม่สนใจวงสังคมส่วนตัวของหลี่ซือเหวิน สิ่งที่เธอตั้งใจจะจับตาดูต่อจากนี้คือหวังป๋อ
นิสัยของเด็กคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับอนาคตของตระกูลหลี่ แต่ยังเกี่ยวพันกับเธอโดยตรงด้วย
