หลี่เซิ่งลี่กำลังพลิกอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก
หลี่หยวนเฉาให้หลี่เถียนไปหยิบของเล่นที่ชำรุดและต้องซ่อมมา ส่วนเขาก็นั่งใช้มีดจัดการกิ่งไม้ที่เอากลับมาในห้องรับแขก
“เอามีดสังหารศัตรูมาทำของพวกนี้เนี่ยนะ?”
หลี่หยวนเฉาไม่แม้แต่จะเงยหน้า “ใช้เล่มนี้ถนัดมือดี อีกอย่างมันไม่ได้มีไว้สังหารศัตรูอย่างเดียว ในป่ามีประโยชน์ตั้งหลายอย่าง”
หลี่เซิ่งลี่ทำศึกอยู่บนที่ราบทางเหนือมาทั้งชีวิต เรื่องการรบในป่าเขาจึงไม่มีความเห็นอะไรนัก
“พ่อ เล่าเรื่องตอนออกรบให้หนูฟังหน่อยสิ”
ออกรบก็คือออกรบ จะมีเรื่องราวอะไรนักหนา
มีแต่ควันดินปืนคลุ้งไปทั่ว เลือดนองเป็นสายน้ำ!
หลี่หยวนเฉาไม่อยากย้อนนึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวด พวกเขารอดชีวิตมาได้ก็จริง แต่ยังมีสหายร่วมรบอีกมากมายที่เคยอยู่ด้วยกันทุกวัน ต้องจากไปตลอดกาลบนผืนดินไหม้เกรียมแห่งนั้น
แต่เมื่อเห็นหลี่เถียนนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเล็ก ดวงหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลี่หยวนเฉาจึงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง
“เถียนเถียน เคยดูหนังเรื่องซ่างกานหลิ่งไหม? สงครามจริง ๆ ก็เป็นแบบนั้น นักรบทุกคนกล้าหาญมาก แต่การสู้รบนั้นโหดร้ายสุด ๆ”
หลี่เถียนเอียงคอครุ่นคิด ตอนเรียนประถมเคยดูตอนเข้ารับการศึกษาปลูกฝังแนวคิดปฏิวัติ แต่เนื้อหาลืมไปนานแล้ว
หลี่เซิ่งลี่เอ่ยขัดจังหวะความคิดของหลี่เถียน
“ไม่ต้องคิดหรอก หลานไม่เคยดู แต่การศึกษาต้องเริ่มตั้งแต่เด็กจริง ๆ จะลืมรากเหง้าของตัวเองไม่ได้ ประชุมคราวหน้าเราจะเสนอเรื่องนี้ ใช่แล้ว หัวข้อนี้จำเป็นมาก”
