ในเมื่อหลี่เถียนรับมือได้ หลี่หยวนเฉาจึงยังไม่พูดอะไร เพียงยืนมองเงียบ ๆ
“คุณปู่ หนูไม่เคยร้องเพลงตามเสียงดนตรีมาก่อน หนูทำไม่ได้ค่ะ”
หลี่เถียนคิดว่าทำไม่เป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่แกล้งทำเป็นรู้ทั้งที่ไม่รู้จนขายหน้าต่างหากที่น่าอาย
เธอจึงบอกจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจน
ในเมื่อเด็กบอกว่าทำไม่ได้ จ้าวชิงผิงก็คงฝืนให้ร้องตามดนตรีต่อไปไม่ได้ ดูไม่ดีเอาเสียเลย
การไม่มีพื้นฐานเลยสักนิดก็เป็นเหตุผลปฏิเสธที่ฟังขึ้น
เขาไม่อยากเสียแรงกับเด็กพวกนี้จริง ๆ
จ้าวชิงผิงหันไปหาหลี่หยวนเฉา “เสี่ยวหลี่ ฉันใกล้จะเกษียณแล้ว อายุปูนนี้คงสอนเด็กเล็กที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยไม่ไหว อย่าให้เสียเวลาอนาคตของลูกสาวคุณเลย”
หลี่หยวนเฉาขมวดคิ้วเล็กน้อย
เป็นตาแก่หัวแข็งที่ “ไม่เกรงกลัวผู้มีอำนาจ” จริง ๆ ด้วย
จะไปฝากตัวเป็นศิษย์กับคนอื่นก็ไม่เป็นไร แต่ปฏิเสธทั้งที่ยังไม่ได้ฟังสักนิด ชวนให้หงุดหงิดจริง ๆ
แถมถ้าเรื่องแพร่ออกไป ก็อาจกระทบกับการที่หลี่เถียนจะไปฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์มีชื่อคนอื่นด้วย
แต่ฝืนบิดแตงให้สุกก็ไม่มีทางหวาน
ยิ่งไม่มีเหตุผลอะไรที่จะบังคับให้ใครรับศิษย์
คิดได้ดังนั้น หลี่หยวนเฉาก็ลุกขึ้น “พวกเรามารบกวนโดยไม่ดูตาม้าตาเรือเอง ขอตัวก่อนครับ”
หลี่เถียนเดินเข้าไปจับมือหลี่หยวนเฉาไว้
ภรรยาของจ้าวชิงผิงถลึงตาใส่เขาอย่างแรง แต่คำพูดที่หลุดออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกจากถัง ย่อมเรียกคืนไม่ได้
เธอทำได้เพียงพยายามช่วยแก้ต่างให้ตาแก่หัวแข็ง “เสี่ยวหลี่ ขอโทษจริง ๆ นะ เหล่าจ้าวอารมณ์ไม่ค่อยดี แถมสุขภาพก็ไม่แข็งแรง ขอโทษด้วยนะ...”
