หยวนซิงหล่างยิ่งมองเด็กหญิงตัวน้อยก็ยิ่งเอ็นดู “เถียนเถียนน่ารักจริง ๆ ชื่อกับตัวก็ดูเข้ากันเลย”
“หยวนจวินก็ดูแข็งแรงบึกบึนดีนะ มองปราดเดียวก็รู้ว่าแข็งแรง”
คุณพ่อทั้งสองต่างก็เอ่ยชมลูกของอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง เพราะยังไม่สนิทกัน หัวข้อสนทนาจึงวนเวียนอยู่กับเรื่องเด็ก ๆ เท่านั้น
“ดึกแล้ว ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกคุณ ไว้วันหลังพ่อลูกจะมาเยี่ยมอย่างเป็นทางการอีกที”
“เดี๋ยวผมไปเอาสว่านไม้มาให้ ใช้ไม่ยากหรอก อีกอย่างผมก็ไม่ได้รีบใช้ด้วย”
“ขอบคุณมากครับ เมื่อก่อนผมมัวแต่วุ่นอยู่กับงาน ไม่ได้ทำอะไรให้ลูกเลย คงต้องรบกวนพี่หยวนช่วยชี้แนะแล้ว”
หยวนซิงหล่างหัวเราะเสียงดังสองสามครั้ง พูดถ่อมตัวตามมารยาทอีกสองสามประโยค ก่อนจะเข้าไปหยิบสว่านไม้ในห้องหนังสือ
เครื่องมือชุดนั้นของเขาไม่ใช่ว่าใครมาขอยืมก็จะว่างให้ยืมได้เสมอไป
“เถียนเถียน พอจวินจวินเข้าเรียนห้องเดียวกับหนูแล้ว ฝากช่วยดูแลเขาหน่อยได้ไหม?”
หลี่เถียนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน กว่าจะเปิดเรียนก็คงอีกสองสามสัปดาห์
ตระกูลหยวนอยากให้หยวนจวินอยู่ห้องเดียวกับเธอ เรื่องนั้นทำได้ง่ายดายมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังมองออกด้วยว่าพ่อราคาถูกของเธอตั้งใจผูกมิตรกับตระกูลหยวน ส่วนคุณปู่ของเธอก็เห็นดีด้วย
มีการผูกมิตรผ่านภรรยาได้ ก็ย่อมมีการผูกมิตรผ่านลูก ๆ ได้เหมือนกัน
เธอต้องช่วยครอบครัวให้เต็มที่
หลี่เถียนยิ้มหวาน “คุณปู่หยวนไม่ต้องห่วงค่ะ หนูกับหยวนจวินเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว ต้องเล่นด้วยกันแน่นอน ถ้าใครกล้าล้อหยวนจวินเรื่องพูดไม่ชัด หนูจะไม่คุยกับคนนั้นอีกเลย”
