เย่เจารู้ว่าหลี่เถียนเคยพูดว่าไม่อยากเรียนหนังสือ
พอได้ยินว่าใกล้เปิดเทอม สีหน้าของเธอก็หม่นลงทันที หมดชีวิตชีวาไปถนัดตา
เย่เจาใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
เริ่มคิดหาคำพูดไว้เกลี้ยกล่อมเธอ
แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หลี่เถียนก็วิ่งกลับห้องตัวเองไปแล้ว
บอกว่าจะไปเก็บกระเป๋านักเรียน
“ยายแก่ ดูท่าเถียนเถียนจะกลัวคนบ่นมากกว่า ต่อไปก็ใช้วิธีนี้จัดการเธอสิ”
เย่เจาถลึงตาใส่หลี่เซิ่งลี่ นี่เขากำลังชมเธออยู่หรือไง?
“คุณว่าฉันพูดมากเหรอ?”
“เปล่านะ จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง” หลี่เซิ่งลี่รีบยกมือแตะอก ยืนยันอย่างกระตือรือร้นเพื่อเอาตัวรอด
หลี่จื่อหลงยิ้มแล้วเดินไปห้องของหลี่เถียน
“เถียนเถียน ทำไมถึงไม่อยากไปโรงเรียนล่ะ?”
หลี่เถียนย้อนถาม “พี่ชอบไปโรงเรียนมากเหรอ?”
หลี่จื่อหลงพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า
หลี่เถียนไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่ายังไง
“ตกลงชอบหรือไม่ชอบ? ยังไม่รู้ตัวเองเหรอ?”
หลี่จื่อหลงย้อนถามบ้าง “เด็กไม่ไปโรงเรียนแล้วจะทำอะไรได้? วิ่งเล่นซุกซนทั้งวันหรือไง?”
หลี่เถียนกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ตอบ
“ลองดูบุคคลเก่งกาจในประวัติศาสตร์สิ ไม่มีใครเป็นคนไม่มีความรู้สักคน แม้แต่กวนกงยังต้องอ่านคัมภีร์ชุนชิวตอนกลางคืนเลย”
หลี่จื่อหลงหน้าตายังเป็นเด็ก แต่คำพูดคำจากลับแก่แดดเหมือนผู้ใหญ่
หลี่เถียนทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างไม่คิดปิดบัง
“คุณย่าส่งพี่มาเกลี้ยกล่อมฉันเหรอ?”
หลี่จื่อหลงรีบส่ายหน้า “เปล่า นี่เป็นความคิดของผมเอง”
ช่างเถอะ หลี่เถียนไม่อยากเถียงอะไรต่อแล้ว
เหตุผลน่ะ เธอเข้าใจดี
