พอได้ยินว่าน้องชายจากไปแล้ว ภาพตรงหน้าของเย่เจาพลันมืดวูบ สมองอื้ออึง หัวใจเต้นรัว แม้แต่ขาก็เริ่มสั่นตามไปด้วย
“แม่...”
ตั้งแต่เย่เจิ้งชิงเริ่มพูด หลี่ซือเหวินก็คอยสังเกตแม่ของเธออยู่ พอเห็นท่าไม่ดี เธอก็รีบวางของในมือลงแล้วเข้าไปกอดเย่เจาทันที
จากนั้นยังใช้เท้าถีบเย่เจิ้งชิงที่กอดขาเย่เจาอยู่ออกไป
เฉินฮ่าวรีบเดินเข้ามาช่วยหลี่ซือเหวินประคองเย่เจาไปนั่งบนโซฟา
เย่เจิ้งชิงจะเดินตามไป แต่หลี่เถียนที่รีบเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
“มีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง”
เย่เจิ้งชิงมีสีหน้าร้อนใจ
“ฉันแค่อยากไปดูว่าอาสบายดีไหม ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง”
หลี่เถียนยื่นมือกั้นไว้ ไม่ยอมขยับแม้แต่ครึ่งก้าว
“ก็เป็นความผิดของเธอจริง ๆ นั่นแหละ เธอทำคุณย่าตกใจแล้ว”
“ฉัน...”
เย่เจิ้งชิงบิดชายเสื้อไปมาอย่างกระอักกระอ่วน
แต่สีหน้ากลับไม่เห็นแววตื่นตระหนกชัดเจนนัก
หลี่เถียนกอดอก จ้องสำรวจเย่เจิ้งชิงไม่กะพริบตา
คนคนนี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ
ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ทั้งยังไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน เป็นอากับหลานที่แปลกหน้าต่อกันแท้ ๆ จะกอดกันร้องไห้ทันทีที่พบหน้าได้ยังไง?
ถ้าเป็นเธอ เธอร้องไม่ออกหรอก
ทั้งบ้านกำลังวุ่นวาย แต่เจ้าตัวกลับไม่ลนลาน
แสดงว่าคนคนนี้มีสภาพจิตใจเข้มแข็งมาก
ยิ่งจิตใจเข้มแข็ง ปัญหาก็ยิ่งใหญ่
แสดงว่าเธอเตรียมใจและวางแผนมาเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกแล้ว
แล้วคนคนนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่?
หวังในทรัพย์สมบัติ?
หรือคิดทำร้ายตระกูลหลี่?
หรือเป็นสายลับที่มีแผนการ?
