ป้าสะใภ้ใหญ่ของซูเจี้ยนเย่ หลวี่ไฉ่ฮวากำลังยืนเลือกผักอยู่ตรงปากประตูรั้ว พอเหลือบเห็นคนสามคนที่ดูท่าทางไม่เป็นมิตรเดินเข้ามา ก็วางผักในมือลงทันที ก่อนเอ่ยเสียงประชดประชันว่า “อ้าว นี่ไม่ใช่คนบ้านซูโส่วซานหรอกเหรอ? วันนี้ว่างถึงได้มาเหรอ? งานเลี้ยงของเจี้ยนเย่คงไม่ได้เชิญพวกคุณสินะ?”
หลิวกุ้ยหลานเชิดหน้าขึ้น ท่าทางมั่นอกมั่นใจเต็มที่ “ฉันมาบ้านลูกชายตัวเอง ยังต้องรอให้เขาเชิญด้วยเหรอ?”
หลินหว่านจือที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงข้างนอกตั้งนานแล้ว จึงเปิดม่านประตูเดินออกมาทันที
พอเห็นหลิวกุ้ยหลานกับอีกสองคน สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมลง ก่อนเอ่ยขึ้นทันทีว่า “พวกคุณสามคนมาทำอะไร? ตอนแยกบ้านตัดขาดกันก็ทำหนังสือไว้แล้ว ตัวหนังสือขาวดำเขียนชัดเจน ซูเจี้ยนเย่ไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไป อย่ามาตีสนิทมั่วซั่วแถวนี้”
หลิวกุ้ยหลานกระทืบเท้าปึงปัง ร้องเสียงแหลมว่า “เธอบอกว่าตัดขาดก็จะตัดขาดได้เหรอ? เขาคลอดออกมาจากท้องฉัน ฉันอุ้มท้องเขามาสิบเดือนกว่าจะคลอด ความสัมพันธ์ทางสายเลือดแบบนี้ ชาตินี้ก็ตัดไม่ขาดหรอก!”
หลินหว่านจือหัวเราะเย็นชา “ได้สิ ถ้าคุณไม่อยากตัดขาด งั้นเราก็แยกบ้านกันใหม่ ของในบ้านตอนนั้นแบ่งเป็นสามส่วน คุณก็คืนส่วนที่พวกเราควรได้มาให้ครบทั้งต้นทั้งดอกก็พอ”
หลิวกุ้ยหลานเปลี่ยนสีหน้าทันควัน “ทำไมฉันต้องให้ด้วย? แบ่งบ้านกันเสร็จไปแล้ว จะมาแบ่งให้เธออีกส่วนได้ยังไง? อีกอย่าง ตอนนี้พวกเธอก็อยู่ดีกินดี ยังจะขาดของแค่นั้นอีกหรือไง?”
“แกนี่มันหน้าด้านจริง ๆ นังแก่!”
หลินหว่านจือตวาดด่าทันที “นี่แกจะเอาทั้งขึ้นทั้งล่องเลยหรือไง? หน้าหนาไปถึงไหนแล้ว? ที่แกพูดไว้ก่อนหน้านี้คงคิดว่าเป็นแค่ลมปากสินะ?”
“แกนั่นแหละพูดจาเหลวไหล!”
หลิวกุ้ยหลานเริ่มโวยวาย “ฉันไม่สน! หมูตัวนี้ลูกชายฉันเป็นคนเก็บกลับมา ฉันต้องเอาไปครึ่งตัว!”
