หยาหยาเงยหน้าขึ้น แล้วก็ชะงักไปทันที
ตรงหน้าเธอมีลูกวัวตัวหนึ่งยืนอยู่ ขนปุยนุ่มทั่วทั้งตัว สีน้ำตาลอ่อนราวกับก้อนปุยเล็ก ๆ
มันจ้องหยาหยาด้วยดวงตากลมโตฉ่ำแววเปี่ยมความอยากรู้อยากเห็น ลมหายใจอุ่น ๆ พ่นออกจากจมูก ก่อนจะแลบลิ้นสีชมพูระเรื่อมาเลียหลังมือของหยาหยาเบา ๆ
“ลูกวัว!” หยาหยาอุทานอย่างตื่นเต้น แล้วกระโดดตัวลอยขึ้นมาทันที
กองผลิตริมแม่น้ำมีวัวแก่สีเหลืองไว้ไถนาอยู่แค่สองตัว ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นลูกวัวตัวเล็กขนาดนี้มาก่อน
เธอยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง ลูบหูนุ่มนิ่มของลูกวัว มันก็เอาหัวมาถูฝ่ามือเธออย่างเชื่อง ๆ
“หิวแล้วใช่ไหม?” หยาหยาเอียงคอถาม
ลูกวัวร้อง “มอ” เสียงเล็ก ๆ ออดอ้อนราวกับเด็กน้อย
“งั้นตามฉันมา!” หยาหยาจูงเชือกที่ผูกกับลูกวัว พามันเข้าไปในลานบ้าน
เธอวิ่งตึกตักเข้าไปในครัว ยกม้านั่งตัวเล็กมาวาง ปีนขึ้นไปตักรำข้าวจากโอ่งจนเต็มชาม แล้วเทลงบนพื้น ก่อนตักน้ำอุ่นครึ่งทัพพีมาคลุกให้เข้ากัน “รีบกินสิ อร่อยมากเลยนะ”
ลูกวัวก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย
หยาหยานั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ มือเล็ก ๆ ลูบแผ่นหลังของมันไม่หยุด ปากก็พูดจ้ออยู่ตลอด เดี๋ยวบอกว่าจะพามันไปกินหญ้าริมแม่น้ำ เดี๋ยวก็บอกว่าจะตั้งชื่อให้ว่า “เนื้อน้อย”
อีกฟากของแม่น้ำ ที่กองผลิตเฉียนเหอวุ่นวายราวกับหม้อโจ๊กเดือด
“พวกไม่ได้เรื่อง! แค่วัวตัวเดียวยังดูแลไว้ไม่ได้!” เฉินเหวยหมิน หัวหน้ากองผลิต ตบโต๊ะด่าด้วยความโมโห ใบหน้าแดงก่ำราวกับตับหมู
“ลูกวัวตัวนั้นเป็นกำลังหลักในการไถนาของกองผลิตเราในปีหน้า! ถ้าหาไม่เจอ ปีนี้ทั้งกองก็ไม่ต้องคิดจะเพาะปลูกกันแล้ว!”
