เมื่อเห็นแผ่นหลังของเธอลับหายไปตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ทุกคนในลานบ้านก็พากันหัวเราะครืน
หลินหว่านจือถอนหายใจอย่างโล่งอก ลูบศีรษะหยาหยาเบา ๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “เอาละ ไม่เป็นไรแล้ว กับข้าวใกล้เสร็จหมดแล้ว เข้าไปกินข้าวกันเถอะ”
“ได้เลย ๆ!” หยาหยาลืมเรื่องไม่สบอารมณ์เมื่อครู่ไปทันที ดวงตาเป็นประกาย “หยาหยาหิวตั้งนานแล้ว!”
พูดจบก็วิ่งตึงตังเข้าไปในบ้าน แล้วทิ้งตัวนั่งบนม้านั่งเตี้ยข้างซูจิ่งเฉินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งรออาหารอย่างเรียบร้อย
มื้อนั้นเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยครึกครื้น บรรดาลุงป้าน้าอาในตระกูลต่างชมว่าซูเจี้ยนเย่ทำงานเก่ง หลินหว่านจือก็เป็นแม่บ้านที่ดี แถมยังเลี้ยงลูก ๆ ได้รู้ความขนาดนี้
หลังกินข้าวเสร็จ แขกเหรื่อก็ทยอยกลับ หลินหว่านจือจัดตะกร้าใบใหญ่ ใส่หมูตุ๋น ไก่ตุ๋น และหมั่นโถวแป้งขาวจนเต็ม ก่อนหยิบจดหมายฉบับหนึ่งจากลิ้นชักแล้วยื่นให้หยาหยา
“หยาหยา เอากับข้าวพวกนี้ไปส่งที่คอกวัว ให้คุณปู่กู้กับคนอื่น ๆ ได้รับความเป็นสิริมงคลไปด้วย
จดหมายฉบับนี้คุณปู่วินส่งมาจากปักกิ่ง ลูกเอาไปให้คุณปู่กู้ด้วยมือตัวเองนะ ระวังระหว่างทาง กลับมาไว ๆ ล่ะ”
“ได้ค่ะ!” หยาหยารับตะกร้ากับจดหมายมา แล้วแอบหยิบเหล้าขาวที่ซ่อนไว้ในตู้มายัดใส่อ้อมอก “รับรองว่าทำภารกิจสำเร็จแน่นอน!”
เปาจื่อกับหมั่นโถวกระดิกหางเดินตามหลังเธอ อยากไปด้วยกัน
หยาหยานั่งยอง ๆ ลูบหัวพวกมัน แล้วกระซิบว่า “เปาจื่อ หมั่นโถว พวกเธออายุมากแล้ว ไม่ต้องวิ่งตามไปหรอก อยู่เฝ้าบ้านดี ๆ นะ เดี๋ยวฉันก็กลับมาแล้ว”
สุนัขทั้งสองเหมือนจะฟังเข้าใจ จึงหยุดอยู่กับที่อย่างว่าง่าย นั่งหมอบตรงหน้าประตู มองตามแผ่นหลังของเธอจนลับสายตาไป ก่อนจะก้มหน้าลง
คอกวัวอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร หยาหยาเดินอยู่สิบกว่านาทีกว่าจะไปถึง