เมื่อเข้าใกล้ลูกกวางผาอีกเพียงไม่กี่ก้าว เปาจื่อก็กระโจนพรวดราวกับสายฟ้าสีเหลือง พุ่งเข้าใส่ทันที!
ลูกกวางผาตกใจ ร้อง “อ๊า” แล้วออกวิ่งไปทางขวาสุดแรง
แต่มันเพิ่งวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว หมั่นโถวที่ซุ่มอยู่ตรงนั้นนานแล้วก็พุ่งเข้าใส่ งับคอมันไว้เต็มเขี้ยว ลูกกวางผาดิ้นอยู่สองสามที ไม่นานก็แน่นิ่งไป
“จับได้แล้ว! จับได้แล้ว!” หยาหยากระโดดโลดเต้นอย่างตื่นเต้น พลางวิ่งพลางตะโกน “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! รีบมานี่เร็ว พวกเราจะได้กินเนื้อกวางผาแล้ว!”
พอซูจิ่งเฉินได้ยินเสียงเรียก หัวใจก็กระตุกวูบ รีบพาเด็ก ๆ หลายคนวิ่งไปทันที
เมื่อเห็นลูกกวางผานอนอยู่บนพื้น พร้อมเปาจื่อกับหมั่นโถวที่กำลังส่ายหางอย่างภาคภูมิใจ เขาก็ตะลึงงันไปเลย
“หยาหยา นี่...พวกมันจับได้เหรอ?” เขาถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว!” หยาหยาพยักหน้าแรง ๆ ก่อนพูดอย่างภาคภูมิใจ “เปาจื่อกับหมั่นโถวเก่งที่สุดเลย! เก่งกว่าลุงของพี่สือโถวอีก!”
ซูจิ่งเฉินย่อตัวลง ลูบหัวสุนัขตัวใหญ่ทั้งสองตัว แล้วเอ่ยจากใจจริง “เป็นหมาที่ดีจริง ๆ”
พูดจบ เขาก็ก้มลงเตรียมยกลูกกวางผาขึ้น
ทันใดนั้นก็มีเสียงกร่างดังมาจากเนินเขา “หยุดนะ! วางกวางผาไว้ นั่นของฉัน!”
ทุกคนเงยหน้ามอง เห็นเด็กวัยรุ่นห้าคนยืนอยู่บนเนิน ทั้งหมดเป็นคนจากตระกูลหลี่ในหมู่บ้าน
หลี่จี้เย่ ผู้เป็นหัวโจก อายุ 13 ปี ตัวสูงใหญ่ ปกติอาศัยว่าตัวเองแรงเยอะ คอยรังแกเด็กคนอื่นอยู่บ่อย ๆ
ซูจิ่งเฉินดึงหยาหยาไปไว้ข้างหลัง สีหน้าเย็นชาขณะพูดว่า “หลี่จี้เย่ นายไม่ละอายบ้างหรือไง? กวางผาตัวนี้หมาที่บ้านฉันล่ามา เกี่ยวอะไรกับนาย?”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว?” หลี่จี้เย่เชิดคอ พูดอย่างไร้เหตุผล “ฉันเห็นกวางผาตัวนี้ก่อน! เล็งมันไว้นานแล้ว! เพราะงั้นมันก็เป็นของฉัน!”
