เสือใหญ่กับสุนัขสองตัวด้านบนช่วยกันออกแรง เถาวัลย์จึงค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้น ไม่นานหยาหยาก็อุ้มลูกเสือกลับขึ้นมาถึงพื้น
เสือใหญ่รีบเข้ามาหา ใช้ลิ้นเลียลูกเสืออย่างอ่อนโยน พอแน่ใจว่ามันไม่เป็นอะไรจึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
ลูกเสือเองก็กลับมากระปรี้กระเปร่าแล้ว มันกระโดดลงจากอ้อมแขนหยาหยา วิ่งวนรอบเสือใหญ่หลายรอบ ก่อนจะกลับมาหาหยาหยา ใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ ตะกุยขากางเกงเธอ จากนั้นก็แลบลิ้นเลียหน้าเธอจนหยาหยาหัวเราะคิกคัก
เล่นกันอยู่พักใหญ่ หยาหยาถึงนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
“ลูกเสือ หยาหยาเล่นกับเธอต่อไม่ได้แล้วนะ” เธอลูบหัวลูกเสือ “หยาหยายังต้องไปเก็บสมุนไพรให้คุณปู่วินด้วย”
พอสิ้นเสียง เสือใหญ่ก็ส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ขึ้นมา จมูกถูแขนเธอเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปอีกทาง
ดวงตาหยาหยาพลันเป็นประกาย “พี่เสือใหญ่รู้ใช่ไหมว่ามียาดี ๆ อยู่ที่ไหน พาหยาหยาไปหน่อยได้ไหม”
เสือใหญ่หันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง แล้วเดินหน้าต่อ
หยาหยาเดินตามเสือใหญ่ไปประมาณ 15 นาที ทั้งคู่ก็มาถึงใต้ต้นสนแดงที่มีอายุหลายร้อยปี
ต้นสนแดงต้นนี้แตกกิ่งก้านใบดกหนา ลำต้นใหญ่จนต้องใช้คนหลายคนโอบ ใต้ต้นมีชั้นใบไม้ผุหนาเตอะ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นของยางสน
หยาหยาเห็นโสมสีแดงสดต้นหนึ่งขึ้นอยู่ท่ามกลางกองใบไม้ผุทันที ใบเขียวขจีจนดูฉ่ำน้ำ ยอดมีเมล็ดโสมสีแดงสดรวมกันเป็นช่อ เปล่งประกายราวกับทับทิมเม็ดหนึ่ง
“ว้าว! โสม!” หยาหยากระโดดโลดเต้นอย่างตื่นเต้น “คุณปู่วินบอกว่านี่เป็นยาบำรุงชั้นดีเลย!”
เธอรีบหยิบจอบเล็กออกมา ย่อตัวลงแล้วค่อย ๆ ขุดอย่างระมัดระวัง
