“แกกล้าเหรอ!” หลินหว่านจือก้าวไปข้างหน้า ยืนขวางหลินหว่านเซี่ยไว้ “ถ้าแกกล้ามารังควานพี่สาวฉันอีก ฉันจะรายงานเรื่องที่แกมีความสัมพันธ์ชายหญิงไม่เหมาะสมให้กองสังคมรู้ แล้วให้ตำรวจมาจับแก!”
“ถึงตอนนั้นชื่อเสียงแกก็ป่นปี้ แถมยังต้องติดคุกด้วย คอยดูเถอะว่าลูกสาวสองคนของแกจะเงยหน้าสู้คนได้ยังไง!”
หยางโส่วเถียนถูกเธอพูดจนใจคอไม่ดี แต่ปากยังแข็ง “อย่ามาขู่ฉัน! เพื่อเด็ก ๆ เธอทำแบบนั้นไม่ได้หรอก!”
“ขู่แกเหรอ?” หลินหว่านจือหัวเราะเย็นชา “ลองดูก็รู้เอง อีกอย่าง พี่สาวฉันมีคนรักแล้ว เลิกคิดเสียเถอะ”
“เป็นไปไม่ได้!” หยางโส่วเถียนเบิกตากว้าง “ใครจะเอาผู้หญิงที่หย่าร้างแล้วยังมีลูกติดสองคนกัน?”
“ผมเองครับ”
เสียงอบอุ่นดังมาจากหน้าประตู
ทุกคนหันกลับไปมอง เห็นหมอเฉินกวงฮั่นยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือสมุดประวัติคนไข้ สีหน้ามุ่งมั่นแน่วแน่
หยางโส่วเถียนชะงักไป “หมอเฉิน? คุณ...ทำไมถึง...”
“ผมชอบหว่านเซี่ยมานานแล้วครับ” เฉินกวงฮั่นเดินไปหยุดข้างหลินหว่านเซี่ย มองตาเธอแล้วพูดอย่างจริงจัง
“ผมรู้ว่าตัวเองเคยแต่งงานและมีลูกชายแล้ว ไม่คู่ควรกับคุณ แต่ผมชอบคุณจากใจจริง และจะดูแลคุณกับเด็ก ๆ ทั้งสองคนให้ดีครับ”
ใบหน้าของหลินหว่านเซี่ยแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอมองดวงตาจริงใจของเฉินกวงฮั่น หัวใจเต้นรัวราวกับมีลูกกระต่ายตัวน้อยกระโดดอยู่ข้างใน
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สบตาเฉินกวงฮั่นแล้วพูดว่า “ฉันไม่กลัวว่าจะเป็นภาระหรอกค่ะ ถ้าจะพูดถึงเรื่องเป็นภาระ ฉันต่างหากที่น่าจะทำให้คุณลำบาก ถ้าคุณไม่รังเกียจ เราลองคบกันดูก็ได้นะคะ”
ดวงตาของเฉินกวงฮั่นเป็นประกายขึ้นทันที เขาตื่นเต้นจนพูดจาติดขัด “ผมไม่รังเกียจครับ! ไม่รังเกียจเลยสักนิด! หว่านเซี่ย ขอบคุณนะครับ!”
