บนถนนมีผู้คนเดินขวักไขว่ คึกคักเป็นอย่างยิ่ง ทั้งคนขายผัก ขายไข่ไก่ และรับซ่อมรองเท้า เสียงเรียกลูกค้าดังสลับกันไปมา
ระหว่างเดินอยู่ จู่ ๆ หยาหยาก็หยุดฝีเท้า ดวงตาจับจ้องชายชราคนหนึ่งที่แบกแผงหญ้าสานอยู่ไม่ไกล
บนแผงปักลูกกวาดถังหูลู่สีแดงสดเรียงแน่น เคลือบด้วยน้ำตาลใสวาววับ พอแสงแดดส่องก็เป็นประกาย
หยาหยากลืนน้ำลาย ดึงชายเสื้อหลินหว่านจือแล้วเขย่าเบา ๆ ก่อนถามเสียงกระซิบว่า “แม่คะ ของสีแดง ๆ นั่นคืออะไรเหรอ ดูน่าอร่อยจัง”
ชายชราที่ขายถังหูลู่ยิ้มพลางตอบว่า “นี่คือถังหูลู่ ทำจากซานจา รสเปรี้ยวอมหวาน อร่อยมากเชียวล่ะ!”
หยาหยาเงยหน้ามองหลินหว่านจือด้วยแววตาน่าสงสาร ปากน้อย ๆ ยื่นจนแทบแขวนกาน้ำมันได้ ดวงตากลมโตมีน้ำเอ่อคลอ ท่าทางบอกชัดว่า ถ้าแม่ไม่ซื้อให้ หนูจะร้องไห้ให้ดู
หลินหว่านจือถูกท่าทางของเธอทำเอาขำจนแทบไม่ไหว จึงจิ้มจมูกเล็ก ๆ เบา ๆ “เจ้าหนูตะกละเอ๊ย” จากนั้นหันไปบอกชายชรา “คุณลุงคะ ขอสามไม้ค่ะ”
“ได้เลย!” ชายชราดึงถังหูลู่สามไม้ลงมาอย่างคล่องแคล่ว ห่อด้วยกระดาษไขแล้วยื่นให้เธอ
หลินหว่านจือเก็บไว้ในตะกร้าสานสองไม้ ตั้งใจเอากลับไปให้คนในบ้านได้ชิม ส่วนอีกไม้ยื่นให้หยาหยา
หยาหยารีบกัดเข้าไปคำหนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย พูดอู้อี้ว่า “อร่อยจัง! หยาหยาชอบถังหูลู่ที่สุดเลย!”
“ชอบก็ห้ามกินเยอะนะ”
หลินหว่านจือจูงมือเธอเดินต่อ พลางกำชับว่า “ถ้ากินเยอะ ฟันจะโดนแมลงกัดจนผุ ถึงตอนนั้นก็เคี้ยวกระดูกไม่ได้ กินเนื้อก็ไม่ได้นะ”
หยาหยาได้ยินก็รีบเอามือปิดปาก ส่ายหน้าแรง ๆ “หยาหยาไม่เอาฟันหลุด! หยาหยาอยากกินเนื้อ! หยาหยากินแค่คำเดียว!”
หลินหว่านจือมองท่าทางน่าเอ็นดูของเธอแล้วอดหัวเราะลั่นไม่ได้
ทั้งสองคนไม่ทันสังเกตเลยว่า ในมุมกำแพงไม่ไกลนัก ซูชุนนีกำลังจ้องแผ่นหลังพวกเธอด้วยสีหน้ามืดครึ้มและแววตาอาฆาต
