เส้นทางกระดาษสำหรับพิธีแต่งงานคนเป็นกับคนตายไร้ซึ่งตะวันจันทรา
แสงออโรราสีเขียวไหลเวียนอยู่กลางนภา สองข้างทางมีกระดาษดอกไม้สีขาวพลิ้วไหวตามสายลม รอบด้านมีเงินกระดาษสีเหลืองปลิวว่อนประปราย
เสียงปี่ซั่วน่าแหลมสูงครึกครื้นกับเสียงตีกลอง ลอยมาแต่ไกลพร้อมกลิ่นหอมหวานเลี่ยน
หุ่นกระดาษหลายสิบตัวสวมชุดมงคลสีแดงสด สูงใหญ่เท่าคนจริง เรียงขบวนส่งเจ้าสาว ย่างเท้าตามจังหวะดนตรี เดินหน้า 3 ก้าว ถอยหลัง 2 ก้าว โยกเยกไปมา
หุ่นกระดาษ 8 ตัว ใบหน้าซีดขาวและเปื้อนรอยยิ้ม หามโลงสีดำที่ติดอักษรมงคลคู่สีแดงสด เดินโอนเอนไปมาอยู่กลางขบวน
กลุ่มควันสีม่วงลอยมาขวางหน้าขบวนส่งเจ้าสาว ก่อนที่ละอองควันจะรวมตัวกันเป็นหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีม่วง
หญิงสาวลอยอยู่กลางอากาศ หุ่นกระดาษในขบวนส่งเจ้าสาวราวกับมองไม่เห็นนางเลยแม้แต่น้อย พวกมันเดินทะลุร่างของหญิงสาวชุดม่วงไปโดยตรง
“ข้าแค้น... ข้าแค้นเหลือเกิน... ฮือ...”
เสียงร่ำไห้อันโศกสลดของเจ้าสาวดังก้องไปทั่วเส้นทางกระดาษอันว่างเปล่า
หญิงสาวชุดม่วงพลิกกายกลางอากาศ แล้วนั่งลงบนโลงที่ติดอักษรมงคลคู่
ยามโลงสั่นไหว นางไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ มือขวาถือพู่กันทอง เคาะด้ามพู่กันลงบนฝาโลงเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วว่า
“อย่าร้องไห้เลย ศพของเจ้าดูเหมือนจะยังใช้การได้ ในเมื่อเจ้าก็ฟื้นคืนชีพไม่ได้แล้ว มิสู้เอาศพมาแลกกับข้าสักครั้ง ข้าจะช่วยทำตามความปรารถนาสุดท้ายของเจ้า ดีหรือไม่?”
บนเส้นทางกระดาษที่คดเคี้ยว เสียงสะอื้นขาดห้วงของเจ้าสาวค่อย ๆ จมหายไปในเสียงปี่ซั่วน่าอันแหลมสูงของหุ่นกระดาษ
ภายในโลงที่โยกไปมา มืดมิดสนิท มือเล็กขาวผ่องกำพู่กันด้ามทอง วาดอักขระยันต์ลงบนด้านในของฝาโลง
ปลายพู่กันทองแตะหมึก “ตูม” ฝาโลงพลันระเบิดออก เศษไม้กระเด็นกระจาย!
ควันสีขาวเย็นยะเยือกพลุ่งพล่าน เยี่ยเฉินเคอผุดลุกขึ้นจากโลงอย่างฉับพลัน ชายแขนเสื้อสีแดงสดพลิ้วไหว ดวงตาคู่นั้นส่องประกายเย็นเยียบท่ามกลางหมอกควัน
ไร้เงาเทพเซียน มีเพียงพ่อค้าหน้าเลือดอันดับหนึ่งแห่งหกภพมาเยือน
เสียงปี่ซั่วน่าและกลองมงคลพลันหยุดลง หุ่นกระดาษชุดแดงที่ยิ้มแย้มทุกตัวหยุดการเคลื่อนไหว ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนหันกลับมาพร้อมกัน จ้องมองเยี่ยเฉินเคอที่นั่งอยู่ในโลง
เจ้าสาวยังไม่ทันเอ่ยปากถาม
หุ่นกระดาษเหล่านั้นก็พลันยกมือปิดหน้า ร้องระงมกันว่า “ข้าไม่ขาย! ข้าไม่ขาย!” แล้วแตกตื่นวิ่งหนีกระจัดกระจาย
เยี่ยเฉินเคอหาวหวอดอย่างเกียจคร้าน มือซ้ายโบกพัดอยู่หน้าริมฝีปากแดง มือขวากำพู่กันทอง ปลายพู่กันยิงเส้นไหมสีทองนับสิบสาย แต่ละสายรัดคอหุ่นกระดาษไว้แน่น
หุ่นกระดาษดิ้นพล่านด้วยสองเท้า ทว่าการดิ้นรนล้วนไร้ประโยชน์ ไม่นานพวกมันก็ถูกเส้นไหมสีทองลากกลับมายังขบวนส่งเจ้าสาวทีละตัว
ใบหน้าทั้งผืนของหุ่นกระดาษที่ยิ้มแย้มล้วนเป็นภาพวาด จึงไม่อาจแสดงสีหน้าเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทุกตัวกลับหดตัวสั่นเทา
“ข้าแค่ออกมาสูดอากาศ พวกเจ้าหนีกันด้วยเหตุใด? ข้าไม่ได้คิดจะซื้อกองกระดาษผุพังของพวกเจ้าสักหน่อย” เยี่ยเฉินเคอเท้าแขนกับขอบโลง ใช้มือประคองแก้มแล้วเอ่ยเสียงเบาว่า
“วันนี้มิใช่วันมงคลที่องค์รัชทายาทจะเข้าพิธีแต่งงานกับคนตายหรือ? ข้าซื้อศพของพระชายาองค์รัชทายาทมาแล้ว ย่อมต้องไปเข้าพิธีแต่งงาน”
นางยกมือขึ้นเบา ๆ โลงไม้ก็ลอยค้างกลางอากาศราวกับชิงช้า
“บรรเลงต่อ”
ปลายทางของเส้นทางกระดาษคือทางเข้าสุสานองค์รัชทายาท ในเขตด้านข้างของสุสานหลวง
กั๋วซือกู่เสวียนจีสวมชุดพิธี ยืนอยู่หน้าโต๊ะประกอบพิธี มือชูดาบไม้ท้อ เท้าย่างตามก้าวเจ็ดดาว ปากท่องคาถาว่า
“สวรรค์ประทานวาสนาคู่ครอง ปฐพีจัดสรรคู่แท้ เมื่อมีชีวิตมิได้พบหน้า เมื่อตายจักร่วมสุสาน ดาวหงหลวนเคลื่อนคล้อย ชะตาลิขิตเชื่อมถึงกัน บัดนี้บุตรสกุลหนานแต่งกับธิดาสกุลเยี่ย พิธีสมรสคนตายกับคนเป็นได้ตั้งขึ้นแล้ว ไร้ข้อห้ามทั้งปวง!”
“หุ่นกระดาษสมปรารถนา จงฟังคำสั่งข้า! จงเชิญเจ้าสาว นำทางเจ้าบ่าว ไป!”
เทียนมังกรและหงส์ทั้งสองข้างลุกโชนเป็นเปลวไฟ ทว่าเส้นทางกระดาษกลับเงียบสงัด ไม่เห็นขบวนส่งเจ้าสาวปรากฏมา
ฮ่องเต้ชราหนานเฉิงเทียนประทับอยู่ข้างประตูสุสานองค์รัชทายาท ข้างพระวรกายมีโลงขององค์รัชทายาทตั้งอยู่ หุ่นกระดาษสูงเท่าคนจริง 6 แถว สวมชุดแดงและยิ้มแย้ม ยืนเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง
หนานเฉิงเทียนมีรูปร่างค่อนข้างผอมและดูอ่อนแอ พระองค์ไอสองครั้ง ก่อนตรัสอย่างไม่สบพระทัยว่า
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เจ้ามิได้บอกหรือว่าหุ่นกระดาษจะหามเจ้าสาวมา?”
วันนี้ไม่เพียงเป็นวันแต่งงานคนตายของพระโอรส แต่ยังเป็นวันมงคลที่พระองค์จะช่วงชิงอายุขัยของพระโอรสด้วย พระองค์ทรงรอมานานแล้ว
