สำนักเจ็ดทิพย์ตั้งอยู่ในเขตชางโจว ภายใต้สำนักมีภูผาห้าลูก ปกคลุมด้วยหมอกเมฆตลอดทั้งปี ราวกับเสาค้ำฟ้าห้าต้น
ท่ามกลางหุบเขามีชลมาสสายหนึ่งทอดตัวยาวจากประจิมสู่บูรพา ไหลเลาะเสียดแทรกสลับหมู่ผา ตัดขาดดินแดนออกเป็นสองฝั่ง คือฝั่งเหนือและใต้ ในส่วนของฝั่งใต้นั้นมีภูผาสองลูก ซึ่งเป็นเขตของศิษย์ภายนอกแห่งสำนักเจ็ดทิพย์ ส่วนฝั่งเหนือสามลูก คือแดนวิเวกสำหรับศิษย์ระดับแก่นและรุ่นพี่ของสำนัก
ขณะนี้ ณ ด้านนอกฝั่งใต้ โจวซวี่หนุ่มใหญ่พาจี้ตี๋ผู้หลับตาปี๋เหยียบปุยเมฆฝ่าสายลมมาแต่ไกล
จี้ตี๋หลับตาแน่นสนิท ก็เพราะฤทธิ์เสียงเตือนของบุรุษหนุ่ม ในอกนั้นหวาดหวั่นครั่นคร้ามต่อสำนักเจ็ดทิพย์ที่ตนมิอาจหยั่งรู้
เพราะเขาถูกบุรุษหนุ่มบังคับพามา ความรู้สึกที่ตนต่ำต้อยไร้เสียง ไม่อาจกำหนดชะตาตนเองได้เช่นนี้ ทำให้เขาอึดอัดใจยิ่งนัก
ในพริบตาทั้งคู่ก็ร่อนลงสู่ภูผาลูกหนึ่งของฝั่งใต้ ยามเท้าได้สัมผัสพื้นดินอันมั่นคง จี้ตี๋จึงลืมตาขึ้น
ประจักษ์สายตาเห็นแท่นศิลาปักตระหง่าน ด้านหน้าคืออักษรใหญ่มหึมาสองคำที่สะบัดพลิ้วยกรอยเฉกมังกรฟ้อนหงส์รำ
เขตชั้นนอก!
เบื้องข้างมีทางปูด้วยศิลาเขียวทอดตัวสู่ระยะไกล สองฟากทางคือหมู่ไม้โบราณตระหง่านเสียดฟ้า และมีหอเรือนงามวิจิตรหลังแล้วหลังเล่าปรากฏสู่สายตา ดุจดั่งได้ก้าวเข้าสู่สรวงสวรรค์
เพียงแค่ลมหายใจ ดูเหมือนจะบริสุทธิ์สดชื่นกว่าหมู่บ้าน
จี้ตี๋พลันรู้สึกว่าการได้มาอยู่ ณ ที่นี่อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย!
ทันใดนั้น ซ่งเจียหญิงสาวก็ทะยานร่อนลงข้างๆ
"ศิษย์น้องซ่ง ได้โปรดจัดสถานะของเขาให้ที ข้าขอไปพบผู้อาวุโสเพื่อรายงานผลก่อน" โจวซวี่เอ่ยคำพลางผงกศีรษะ
"ได้" ซ่งเจียตอบสั้นเย็นชา ก่อนจะกวาดสายตาอันเบาบางผ่านกายจี้ตี๋ ซึ่งมันทำให้เขาสะท้านขนลุกโดยพลัน
