มู่หว่านฉิงเงยหน้ามองเข้าไปในห้องผู้ป่วย เห็นว่าไม่มีผู้หญิงอยู่ข้างใน และรู้ว่าการเข้าไปตอนนี้ไม่เหมาะสม จึงเม้มริมฝีปาก รออยู่เงียบ ๆ ด้านข้าง
ด้านหลังมีเสียงฝีเท้ารีบเร่ง ส้นสูงดัง “กึก ๆ” ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
มู่หว่านฉิงกวาดตามองแวบหนึ่ง ก็รู้ว่าเป็นใคร
นึกถึงความอึดอัดเมื่อคืน เธอจึงไม่ทักทายลู่เข่อจวิน
แน่นอนว่า อีกฝ่ายก็เมินเฉยต่อเธอเช่นกัน
“คุณแม่ทูนหัว คุณปู่เป็นอย่างไรบ้างคะ หนูเพิ่งได้ข่าว รีบมาจากสตูดิโอทันที” ลู่เข่อจวินยืนนิ่งด้วยท่าทีร้อนรน ถามด้วยความเป็นห่วง
เจี่ยงลี่จวนมองไปที่ลูกสาวทูนหัวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ปลอบว่า “อาการของคุณปู่สงบลงชั่วคราวแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ค่อยดีนัก คุณหมอกำลังปรึกษากับคุณพ่อของลูกและคนอื่น ๆ เรื่องแผนการรักษา”
ลู่เข่อจวินในชุดสั่งตัดระดับสูง แต่งหน้าประณีต ทำผมสมบูรณ์แบบ ทุกส่วนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าล้วนเผยความหรูหราโอ่อ่าอย่างคุณนายผู้ดี
คนอื่น ๆ ในตระกูลเหวินเห็นเธอ ต่างพยักหน้าทักทาย เธอก็ยิ้มตอบรับ
เมื่อเจี่ยงลี่จวนพูดจบ ใบหน้างดงามของเธอยิ่งแสดงความกังวลหนักขึ้น “หนูขอเข้าไปดูคุณปู่หน่อยนะคะ”
“อ๊ะ—”
เจี่ยงลี่จวนรีบร้องทัก แต่ก็ไม่ทันห้าม
ลู่เข่อจวินเปิดประตูเข้าไปเช่นนั้น
บนเตียงผู้ป่วย ท่านอากงเหวินที่ป่วยมาหลายวัน ผ่ายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ซูบซีดอิดโรย
เห็นเด็กสาวเดินเข้ามา ท่านนึกว่าเป็นมู่หว่านฉิง จึงหันขวับมามองทันที
แต่กลับกลายเป็นลู่เข่อจวิน
“ท่านปู่คะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมคะ” ลู่เข่อจวินจับมือของท่านผู้เฒ่า น้ำตาร่วงพลัน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะอื้น
เหวินจ้านมองไปที่หญิงสาว ทั้งคู่สบตากัน คาดเดาความหมายได้หลายชั้น
ท่านผู้เฒ่าเหวินผงกศีรษะ พูดช้า ๆ ว่า “ปู่ไม่เป็นไร... พวกเจ้าไม่ต้องห่วง”
เหวินจ้านเห็นหญิงสาวร้องไห้ จึงดึงกระดาษทิชชูจากโต๊ะหัวเตียงยื่นให้
ลู่เข่อจวินรับไป “ขอบคุณค่ะพี่จ้าน”
ท่านผู้เฒ่าเหวินทอดสายตามองหลานชายคนเล็กที่เอ็นดูที่สุด ยกมือขึ้น “เหวินจ้าน...”
“อากงครับ ผมอยู่นี่” ชายหนุ่มก้มตัวเข้าไปใกล้ทันที รับมือเหี่ยวย่นของท่านผู้เฒ่าไว้
“หนูฉิงล่ะ... มาแล้วหรือยัง”
ลู่เข่อจวินหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เม้มริมฝีปาก——ท่านผู้เฒ่าเอาแต่คิดถึงไอ้เป็ดขี้เหร่นั่น
เหวินจ้านตอบ “มาแล้วครับ อยู่ข้างนอก”
“เรียกนางเข้ามา ปู่มีอะไรจะพูด...”
“ครับ”
เหวินจ้านวางมือของท่านผู้เฒ่ากลับลงในผ้าห่ม หมุนตัวเดินไปที่ประตูห้องผู้ป่วย
เจี่ยงลี่จวนเห็นลูกชายเปิดประตูออกมา ก็ตกใจเล็กน้อย “อาจ้าน เป็นอะไรไป...”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นลูกชายมองไปทางลูกสะใภ้ ปลายคางยกขึ้น “เธอเข้ามา คุณปู่เรียกหา”
มู่หว่านฉิงชะงัก ชี้มาที่ตัวเอง “เรียกหาฉันเหรอ”
เหวินจ้านหน้าขรึมลง คงรังเกียจที่เธอดูซื่อบื้อ
เมื่อเห็นสามีทำหน้าเครียด มู่หว่านฉิงแน่ใจว่าไม่ได้เข้าใจผิด จึงรีบสาวเท้าเข้าไปทันที
เหวินจ้านคว้ามือเธอไว้แน่น ทำเอาเธอสะดุ้ง หัวใจหดเกร็ง
แต่ยังไม่ทันได้ทำความเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร ทั้งคู่ก็เดินมาถึงข้างเตียงผู้ป่วยแล้ว
“อากง หว่านฉิงมาแล้วครับ”
ท่านผู้เฒ่าเหวินเห็นหลานสะใภ้ สีหน้าผ่อนคลาย เผยรอยยิ้มจาง ๆ “ยัยหนู... ลำบากแล้ว ดูแลเด็กสองคน นอนไม่พอ... ดูสิ ผอมลงอีก”
มู่หว่านฉิงมองดูท่านผู้เฒ่าสภาพนั้น สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในหัวคือภาพคุณปู่ของตนเองก่อนจากไป น้ำตาไหลโดยไม่ทันพูดจา
ลู่เข่อจวินยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง เห็นนางเอาแต่เงียบร้องไห้ ก็ขมวดคิ้วพูด “คุณปู่พูดด้วย เธอจะร้องไห้ทำไมกัน ปู่ก็ยังดีอยู่นี่”
มู่หว่านฉิงไม่ตอบสนองนาง แม้แต่จะมองตรง ๆ สักครั้งก็ไม่มี
เธอเพียงเช็ดน้ำตาออกอย่างว่องไว ตั้งสติ ใบหน้าก็เผยรอยยิ้ม “อากงคะ หนูไม่ลำบากเลย ที่บ้านมีพี่เลี้ยงเด็ก มีคนรับใช้ เด็กสองคนก็เชื่อฟังดี กินอิ่มก็นอน ตื่นมาก็เล่น หนูไม่ลำบากเลยจริง ๆ...”
ท่านผู้เฒ่าเหวินหัวเราะ “เด็กโง่ การเป็นแม่จะมีไม่ลำบากได้อย่างไร”
สิ้นคำ ท่านผู้เฒ่าเงยหน้ามองหลานชาย น้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้น “เหวินจ้าน เจ้าเป็นทั้งสามีและพ่อ ความรับผิดชอบนี้... เจ้าต้องแบกรับให้ดี... มิฉะนั้น ก็ทำให้บรรพบุรุษตระกูลเหวินต้องอับอาย”
เหวินจ้านมีสีหน้าเย็นชา แต่ก็อยู่ในท่าสำรวมนอบน้อม “อากง คำพูดของท่าน ผมจำไว้หมดแล้วครับ”
พูดจบ มือที่แนบชิดอยู่กับมู่หว่านฉิงขยับเล็กน้อย ไปแตะต้องนาง คนหลังเข้าใจได้โดยทันที พูดอย่างเข้าขากันว่า “อากงคะ ท่านรักษาตัวเถอะ อาซานดีกับหนูมาก เด็ก ๆ ก็สบายดี ท่านไม่ต้องกังวลนะคะ”
“อืม ถ้างั้นก็ดี...” ท่านผู้เฒ่าเหวินพอใจ แล้วมองไปอีกด้านหนึ่ง “เข่อจวินเอ๋ย...”
ลู่เข่อจวินไม่คิดว่าท่านผู้เฒ่าจะยังนึกถึงนางได้ จึงรีบปั้นหน้ายิ้ม จับมือท่านผู้เฒ่าอีกครั้ง “อากงมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะคะ”
ท่านผู้เฒ่าเหวินเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้ากับซินเฉิน... ก็ควรมีลูกแล้วนะ ผู้ชายน่ะ เมื่อเป็นพ่อคนถึงจะตั้งตัวได้ รับผิดชอบ ครอบครัวเล็ก ๆ ของเจ้าถึงจะมั่นคง...”
พอพูดจบ ใบหน้าของลู่เข่อจวินกับเหวินจ้านก็ดูคล้ายกับลำบากใจ
วาจานี้ก็คือการตำหนิทั้งคู่อย่างชัดเจน
บอกให้พวกเขาไปดูแลครอบครัวของตัวเองให้ดี เมื่อแต่งงานแล้วก็ต้องมีขอบเขต อย่าไปดึง ๆ ดัน ๆ ให้เลอะเทอะ สุดท้ายจะมีแต่เรื่องวุ่นวาย
ลู่เข่อจวินหน้าแดงก่ำ คงไว้ไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ยังต้องแสร้งโง่ทำเป็นไม่รู้ รอยยิ้มเอ่ยว่า “อากงวางใจเถอะคะ เรากำลังวางแผนกันอยู่ ท่านดูแลร่างกายให้ดี ๆ ไว้ตั้งชื่อให้ลูกของเราด้วยนะคะ”
“ดี ดี...” ท่านผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างพอใจ โบกมือ “พวกเจ้าไปทำธุระเถอะ ไม่ต้องมารุมล้อมข้า... ข้าง่วงแล้ว จะนอนพักสักหน่อย...”
ท่านผู้เฒ่าหลับตาลง ทุกคนในห้องทยอยกันออกไป
เหวินเจียงเหอผู้เป็นบิดาของเหวินจ้าน มองดูผู้คนเต็มระเบียง ยกมือขึ้นกล่าว “แยกย้ายกันไปเถอะ อาการของท่านผู้เฒ่าทรงตัวแล้ว ไม่เป็นไร”
มือถือของเหวินจ้านดังขึ้น เป็นเรื่องของบริษัทอีกแล้ว
เขารับสายเสร็จ มองไปทางมู่หว่านฉิง “ไป กลับกัน”
พูดจบก็หมุนตัวเดินไปหาลู่เข่อจวิน ต่อหน้าภรรยาสั่งเสียหญิงสาวว่า “เธอก็ไปยุ่ง ๆ เถอะ อย่ารบกวนซินเฉิน ไม่ต้องกลับมาที่นี่”
ลู่เข่อจวินพยักหน้า “ค่ะ ฉันจะโทรบอกเขาเดี๋ยวนี้”
เหวินจ้านไม่หันกลับมามองภรรยาอีก เรียวขายาวก้าวตรงมุ่งออกไปข้างนอก
มู่หว่านฉิงรีบตามไป
เมื่อผ่านข้างกายลู่เข่อจวิน เธอกะจะไม่แม้แต่ชายตามอง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเปิดปากก่อน “เรื่องเมื่อคืนนี้ อย่าเข้าใจผิดนะ เป็นงานเลี้ยงทางธุรกิจ มีคนอยู่ตั้งมากมาย”
มู่หว่านฉิงแค่นหัวเราะในใจ แอบคิดว่ารสนิยมของเหวินจ้านช่างไม่ได้เรื่องเลย ถึงไปชอบผู้หญิงเจ้าเล่ห์เสแสร้งอย่างนี้
เธอตอบไปเรียบ ๆ “ฉันไม่ได้เข้าใจผิด เขาชอบคุณไม่ใช่เรื่องลับอะไร ในใจเขา มีแต่คุณที่คู่ควรกับตำแหน่งคุณนายน้อยตระกูลเหวิน”
ได้ฟัง ลู่เข่อจวินที่ใบหน้าเคยเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสภาคภูมิ จู่ ๆ ก็แปรเป็นเศร้าสร้อยหลายส่วน นิ่งเงียบไปก่อนพูดว่า “โชคชะตาเล่นตลก ฉันเห็นเขาเป็นแค่พี่ชายมาตลอด คนที่ฉันรักคือกู้ซินเฉิน”
“ประโยคนี้คุณควรไปบอกเขานะ ดูสิว่าเขาจะเจ็บปวดใจแทบตายขนาดไหน จะได้เร้าใจดี”
คำตอบที่เยือกเย็นเกินไปของมู่หว่านฉิง ทำให้ลู่เข่อจวินไม่พอใจอย่างยิ่ง สีหน้านางเปลี่ยนอีกรอบ กดเสียงต่ำลงอย่างโกรธ ๆ ว่า “ตอนนี้พวกคุณเป็นสามีภรรยากัน เธอควรจะดีกับเขาให้มากกว่านี้ ไมใช่คอยให้เขาทุกข์ทรมาน”
มู่หว่านฉิงเหลือบตามองเล็กน้อย “คุณนายกู้เทศน์จบหรือยัง”
“เธอ—” ลู่เข่อจวินถูกท่าทีของนางทำให้โกรธจนกำมือแน่น ข่มอารมณ์ไว้แล้วปล่อยเลยตามเลย “ในฐานะคุณนายน้อยของตระกูลเหวิน เธอควรจะเอาใจใส่ภาพลักษณ์ของตัวเองบ้าง แต่งตัวซกมกแบบนี้ จะให้เหวินจ้านชอบเธอได้ยังไง ขนาดมองแวบเดียวยังรู้สึกรกตา!”