ตอนนี้ไม่ใช่แค่ผอ.หลิวที่โมโห ไป๋ชีชีก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน!
ไป๋ชีชีเห็นตาแก่ไป๋ชี้มาที่เธออย่างกะทันหัน ก็สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา ตาแก่นี่คงไม่ได้จะพูดให้เธอเสียหายอีกหรอกนะ?
เธอเลยเคี้ยวช้าลงนิดหนึ่ง ตั้งใจเงี่ยหูแอบฟัง!
พอฟังชัดแล้วก็ถึงกับอึ้งไปทั้งตัว
“เดี๋ยวนะ พวกคุณคุยธุระกันอยู่ดี ๆ ทำไมลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยล่ะ??”
[โครงการ? โครงการอะไร? ตาแก่นี่สมองรวนหรือไง ถึงจะให้สาวน้อยอายุสิบแปดอย่างฉันไปทำโครงการ? ไม่ได้คิดจะขุดหลุมพรางฉัน เพื่อเปิดทางให้ไป๋เวยเวยหรอกนะ??]
ไป๋ชีชีรู้สึกว่าวันนี้ก่อนออกจากบ้านคงลืมดูฤกษ์ดูยามแน่ ๆ แค่มาบริษัทวันนี้วันเดียว ทำไมถึงเจอเรื่องซวยได้ขนาดนี้! ตาแก่ไป๋ให้เธอเข้าร่วมโครงการของบริษัท นี่มันหาเรื่องแกล้งเธอชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?!
มุมปากไป๋หย่งฮุยกระตุกนิด ๆ ยัยเด็กบ้าเอ๊ย พูดอะไรเหลวไหลกัน!
ตอนนี้เขาไม่มีเวลาสนใจไป๋ชีชี พอเห็นสีหน้าผอ.หลิวก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโมโห ไม่อยากให้โครงการที่อุตส่าห์ได้มาหลุดมือไป จึงยิ้มประจบผอ.หลิวแล้วพูดว่า
“หลิวอี้ ใจเย็นก่อน ฟังฉันอธิบาย ลูกสาวฉันถึงจะอายุน้อย แต่หัวไวและสังเกตสถานการณ์เก่งมาก แถมยังเป็นเครื่องรางนำโชคของบริษัทเราด้วย ก่อนหน้านี้บริษัทเราเกือบโดนบริษัทหนึ่งในประเทศอาร์วางแผนเล่นงาน ก็ชีชีที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์”
“ฉันรับรองว่าเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจหรือวางแผนอะไรในโครงการนี้ แค่แวะไปดูเป็นครั้งคราว ทำตัวเป็นเครื่องรางนำโชคเรียกเคล็ดเท่านั้น คุณว่าได้ไหม?”
ไป๋หย่งฮุยเลิกทำตัวห่างเหินสุภาพอย่างก่อนหน้านี้ ถึงกับเรียกชื่ออีกฝ่าย แถมยังอธิบายด้วยสีหน้าจริงจังและจริงใจ!
