“หลิวอี้ รองผอ.โจว อย่าเพิ่งรีบร้อนเลย มานั่งรอกันก่อนนะ รอฉันอีกแป๊บเดียว! ขอฉันทำความเข้าใจให้ชัดก่อน แล้วจะอธิบายให้พวกคุณฟังแน่นอน!”
ไป๋หย่งฮุยเลิกอ้อมค้อม เขาตบไหล่ผอ.หลิวเบา ๆ ก่อนจะลากทั้งสองคนไปนั่งบนโซฟา แล้วหยิบเมล็ดแตงคนละห่อใส่มือให้ พลางขอร้องอย่างจริงใจให้รอก่อน
ผอ.หลิวกับรองผอ.โจวมองหน้ากัน ก่อนผอ.หลิวจะปัดมือเขาออก แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“ได้ วันนี้ฉันจะคอยดูว่านายจะพูดอะไรออกมา ถ้าพูดไม่ขึ้นมา เราก็เลิกเป็นเพื่อนกัน!”
รองผอ.โจวโยนขนมในมือทิ้ง แต่ก็ไม่ได้พูดว่าจะกลับอีก
แม้แต่ผอ.หลิวยังไม่ไป ถ้าเขากลับตอนนี้ก็เท่ากับไม่ไว้หน้าผอ.หลิว เขาอยากเห็นนักว่าไป๋หย่งฮุยจะกุเรื่องอะไรขึ้นมาได้บ้าง
เห็นทั้งสองคนไม่ไปแล้ว ไป๋หย่งฮุยก็โล่งใจ เขามองหลิวอี้อย่างซาบซึ้ง พี่น้องนี่ไว้ใจได้จริง ๆ!
จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวนั่งข้างไป๋ชีชีอย่างระมัดระวัง แล้วถามว่า
“เอ่อ ชีชี เมื่อกี้ที่หนูพูดหมายความว่ายังไง โครงการทางใต้ของเมืองทำไมถึงทำไม่ได้ล่ะ พ่ออยากรู้มาก บอกพ่อหน่อยได้ไหม”
นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋หย่งฮุยยอมอ่อนข้อให้ไป๋ชีชี ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เจอกันก็มีแต่ทะเลาะ ไม่ก็ตีกัน อย่างไรก็ไม่เคยมีวันไหนสงบเลย!
เรียกได้ว่าบ้านแทบแตกทุกครั้งที่เจอหน้า!
ไป๋หย่งฮุยที่วันนี้ว่าง่ายผิดปกติทำให้ไป๋ชีชีไม่ค่อยชินอยู่บ้าง แต่เธอก็เข้าใจดี ยังไงเรื่องนี้ก็เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของบริษัทและเงิน ๆ ทอง ๆ นี่นา!
