[โห คุณแม่คนสวยจู่ ๆ ก็ดีกับหนูขนาดนี้ หนูทำตัวไม่ถูกเลยนะเนี่ย ยกภูเขาให้กันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ? แล้วยังยกเหมืองทองให้หนูอีก? ไม่กะพริบตาสักนิดเลยหรือไง?]
[เหมืองทองนี่ทำเงินได้อย่างน้อยหลายร้อยล้านเลยนะ คุณแม่คนสวยยกให้หนูแบบนี้ ไม่กลัวทีหลังจะมาเสียดายเหรอ? แต่ในเมื่อคุณแม่คนสวยพูดมาแล้ว งั้นทั้งหมดก็เป็นของหนูแล้วสิ ฮี่ ๆ ๆ!]
[เดิมทีหนูก็กะไว้แล้วว่าไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ก็ต้องเอาของพวกนี้มาไว้ในชื่อหนูให้ได้ ในเมื่อหนูเป็นคนเจอ งั้นมันก็ต้องเป็นของหนูสิ]
[ไป๋เวยเวยยังอาศัยของพวกนี้กอบโกยทั้งชื่อเสียงและเงินทองได้ แล้วทำไมหนูจะรวยบ้างไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อของตกมาอยู่ในมือหนูแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลต้องยกให้ใครอีก!!]
“ได้เลย! ขอบคุณนะคะแม่คนสวย!!”
ไป๋ชีชีดีใจขึ้นมา ปากก็หวานกว่าเดิมเยอะ!
นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋ชีชีเรียกหลินอวี่หลานว่าแม่จากใจจริง! ก่อนหน้านี้เธออ่านใจคุณแม่คนสวยคนนี้ไม่ออก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน อีกฝ่ายก็แค่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา
หลังจากนั้นไม่ว่าเธอจะวุ่นวายกับคนตระกูลไป๋แค่ไหน อีกฝ่ายก็แทบไม่เคยออกความเห็น ไม่เข้าข้างใคร อย่างมากก็พูดแค่ให้เธอกับไป๋เวยเวยอยู่กันอย่างสงบสุข!
แม้กระทั่งตอนที่ไป๋เวยเวยถูกไล่ออกไป อีกฝ่ายก็ยังไม่แสดงท่าทีอะไร!
นี่แหละเหตุผลที่เธอเดาใจแม่คนนี้ไม่ออกมาตลอด!
เมื่อก่อนเธอคิดว่าในเมื่อเดาไม่ออกก็ไม่ต้องเดา แค่ไม่ต้องเข้าไปยุ่งด้วยมากก็พอ นี่คือท่าทีที่ไป๋ชีชีมีต่อหลินอวี่หลานผู้เป็นแม่มาตลอด
