ไป๋เซิ่งมองน้องสาม ราวกับกำลังมองตัวเองในอดีตที่ทั้งโง่ทั้งทึ่ม แววตาเต็มไปด้วยความเวทนาและความเสียใจ เมื่อก่อนเขาก็ไร้สมองแบบนี้เหมือนกันเหรอเนี่ย?
เขารีบคีบกุ้งมังกรมาแกะเปลือก แล้ววางลงในชามของชีชี ความรู้สึกผิดในใจก็ค่อยสงบลงไปไม่น้อย จากนั้นจึงหันไปมองไป๋ฉีแล้วพูดเสียงเรียบว่า
“เปล่าสักหน่อย! เวยเวยก็ดีมาก แต่ชีชีก็เป็นน้องสาวของฉันเหมือนกัน ฉันดีกับน้องสาวตัวเองแล้วมันมีปัญหาตรงไหน?”
“ก็จริงอยู่ แต่เวยเวยเติบโตมากับพวกเรานะ นายจะเมินเธอง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง แล้วเวยเวยจะวางตัวยังไง ต่อไปจะอยู่ในตระกูลไป๋ได้ยังไง?”
ไป๋ฉีขมวดคิ้ว พูดแทงใจดำเรื่องนี้ออกมาตรง ๆ แบบไม่เกรงใจ!
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น เขากลับไม่สนใจสีหน้าของไป๋เวยเวยที่อยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด!
[พรืด ฮ่า ๆ ๆ! พี่รองคนนี้สมกับเป็นคนหัวทื่อจริง ๆ พูดแบบนั้นออกมาแล้วยังไม่คิดจะหันไปดูสีหน้าของไป๋เวยเวยบ้างหรือไง? หน้าดำจนแทบจะกลายเป็นหมึกอยู่แล้ว ฮ่า ๆ ๆ! แต่หัวทื่อแบบนี้คงดัดยากแฮะ!]
[ก็เขาเชื่อมาตั้งแต่เด็กว่าไป๋เวยเวยน่ารักและใจดี หลายปีมานี้ไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้ไป๋เวยเวยฆ่าคนต่อหน้า เขาก็คงคิดว่าเธอต้องมีเหตุผลของตัวเองแน่ ๆ เฮ้อ! สมองคอนกรีตเสริมเหล็กแบบนี้ก็หาใครเทียบไม่ได้จริง ๆ!]
[หรือไม่ช่วยแล้ว ปล่อยให้เขาเอาตัวรอดเองไปเถอะ! ตอนนี้ตระกูลไป๋มีแค่คุณปู่ไป๋กับพี่รองที่ยังมีสติหน่อย ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ฉันคอยเตือนอีกสักหน่อย ก็น่าจะไม่จบแบบน่าอนาถหรอกมั้ง?! อีกอย่าง ถ้าพวกเขายังเอาอกเอาใจไป๋เวยเวยกันแบบนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องแย่งนางเอกมาหรอก!!]
