พลางทอดสายตาไปยังกล่องอาหาร แววตาแฝงความดูแคลนอยู่บ้าง “หรือจะให้พ่อครัวจากครัวหอทำส่ง ๆ มาให้พอเป็นพิธีกระมัง?”
ไทเฮาสกุลหรงทอดพระเนตรนางอย่างไม่เห็นด้วย “กู้ผินกตัญญู รู้จักส่งของกินมาให้ข้า เจ้ายังไม่เคยลงครัวให้ข้าสักครั้ง”
สตรีจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ไม่จำเป็นต้องอาศัยฝีมือทำครัวมาเสริมเกียรติ ไทเฮาจึงไม่คิดว่ากู้ชิงเจาจะลงมือเข้าครัวได้จริง ทว่าอย่างน้อยนางก็มีใจรู้คุณตอบแทน เพียงเท่านี้ก็ทำให้ไทเฮาพึงพอพระทัยยิ่งแล้ว
ฉีเมี้ยวเอ่ยเสียงออดอ้อน “ท่านน้าก็ทรงทราบนี่เพคะ ฝีมือทำครัวของเมี้ยวย่ำแย่ที่สุด”
“เพราะอย่างนั้นถึงไม่กล้าให้เจ้าลงครัว กลัวเจ้าจะรื้อครัวเสียมากกว่า” สายสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างท่านน้ากับหลานสาว ทำให้ความสนิทสนมเผยออกมาโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ
กู้ชิงเจานั่งอย่างสงบสำรวม ทำตัวประหนึ่งเป็นเพียงผู้ชม ไม่จำเป็นต้องริษยาหรืออิจฉาแต่อย่างใด
ไทเฮาสกุลหรงดูแลวังมาหลายปี ทรงจัดงานเลี้ยงด้วยพระองค์เองมาแล้วนับร้อยครั้ง ในโอกาสเล็ก ๆ ทั่วไปเช่นนี้ ย่อมไม่ปล่อยให้กู้ชิงเจาถูกเมินเฉย หลังตรัสกับฉีเมี้ยวอยู่สองสามคำ ก็ทรงแย้มพระสรวลแล้วหันไปตรัสกับกู้ชิงเจา “พอดีข้าก็หิว อยากกินอะไรสักหน่อย”
กู้ชิงเจายกสำรับอาหารออกจากกล่องทีละอย่าง แล้ววางลงบนโต๊ะ
กล่องอาหารแบ่งเป็นสามชั้น สองชั้นบนเป็นขนมชิ้นเล็กสองจานที่ย่อยง่าย ส่วนชั้นล่างสุดเป็นน้ำแกงร้อน ๆ หนึ่งถ้วย
เพียงเปิดฝา กลิ่นหอมสดชื่นก็ลอยกรุ่นออกมา ไทเฮาไม่โปรดเสวยเนื้อสัตว์มาแต่ไหนแต่ไร ยังอดรู้สึกอยากลิ้มลองเพราะกลิ่นหอมนี้ไม่ได้