เจียงมู่เหยียนกับฟูมั่วเซวียนสบตากัน ดวงตาทั้งคู่มีรอยยิ้มซ่อนอยู่ ต่างมองเจียงเซี่ยชวนที่กำลัง “อวดเท่” อย่างเงียบ ๆ
ทว่าในตอนที่สบตากับฟูมั่วเซวียน หัวใจของเจียงมู่เหยียนกลับเต้นแรงขึ้นอีกหลายจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่
นับตั้งแต่ฟูมั่วเซวียนสารภาพรักกับเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอก็ตั้งใจทำเป็นมองข้ามเรื่องนี้อยู่ตลอด
แต่ได้เจอหน้ากันทุกวัน จะทำเป็นมองข้ามได้ง่าย ๆ ที่ไหนกัน?
เจียงมู่เหยียนบังคับตัวเองให้ดึงความคิดกลับมา แล้วหันไปสนใจเจียงเซี่ยชวนแทน ตอนนี้เจียงเซี่ยชวนกำลังอธิบายประโยชน์ของถุงมิติให้พ่อแม่ฟังอย่างเต็มที่ จนเจียงหมิงเฉียนกับเมิ่งหว่านชิวรู้สึกเหลือเชื่อ
บนโลกนี้มีเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้จริง ๆ หรือ? แม้ในใจจะยังสงสัย แต่พวกเขาก็เห็นกับตาว่าเมื่อครู่เจียงเซี่ยชวนหยิบของออกมาจากถุงมิติได้จริง จึงจำต้องเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริง!
เจียงเซี่ยชวนเห็นท่าทางของพ่อแม่แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ตอนที่ตัวเองเพิ่งรู้จักถุงมิติใหม่ ๆ ยังยอมรับเรื่องนี้ได้ดีกว่าพวกเขาเสียอีก
พูดให้ฟังอย่างไรก็ไม่สู้ให้พ่อแม่ลองด้วยตัวเอง
คิดได้ดังนั้น เจียงเซี่ยชวนก็หันมองไปรอบ ๆ ส่วนเจียงมู่เหยียนราวกับมีใจสื่อถึงกัน จึงยื่นเข็มเงินให้เขาหนึ่งเล่ม
เจียงเซี่ยชวนรับเข็มเงินมา แล้วสอนพ่อแม่ใช้ถุงมิติแบบเดียวกับที่เจียงมู่เหยียนเคยสอนเขา
เมื่อเจียงหมิงเฉียนกับเมิ่งหว่านชิวใช้ถุงมิติได้สำเร็จ ทั้งคู่ก็สนุกกับการเก็บของเข้าและหยิบออกมาเหมือนเด็ก ๆ
เจียงมู่เหยียนยิ้มพลางบอกทั้งสองว่า “พ่อคะ แม่คะ ตอนกลับกรุงปักกิ่ง เอาสัมภาระใส่ไว้ในถุงมิติได้เลยค่ะ สะดวกและปลอดภัย ไม่ต้องกลัวของกระแทกระหว่างทางด้วย”
“อืม แบบนี้สะดวกจริง ๆ แต่เราคงต้องวางของบางส่วนไว้ข้างนอกให้ดูเหมือนมีสัมภาระด้วย” เมิ่งหว่านชิวพูดอย่างรอบคอบ