กองงานบุคลากรฝ่ายการเมืองตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของชั้น 6 ในอาคารกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ
ตอนกู้เฉิงเย่มาถึงก็เป็นเวลา 9 โมงเช้าพอดี คนส่วนใหญ่เพิ่งนั่งประจำที่และเปิดคอมพิวเตอร์ ยังไม่ได้ชงชาด้วยซ้ำ
แต่โจวเจี้ยนหมิน รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรการทั่วไปของกองงานบุคลากรกลับมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
“คุณคือสหายกู้เฉิงเย่ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ”
โจวเจี้ยนหมินอายุสี่สิบต้น ๆ ไว้ผมเสยเรียบ สอดชายเสื้อเชิ้ตไว้ในกางเกง แค่มองก็รู้ว่าเป็นคนทำงานในหน่วยงานราชการมาหลายสิบปีตามแบบฉบับ
เขากวาดตามองชายหนุ่มตรงหน้า ซึ่งดูยังอายุน้อยอยู่
โจวเจี้ยนหมินทำงานในระบบบุคลากรมาหลายปี เคยเห็นประวัติการทำงานของเจ้าหน้าที่มาหลากหลายแบบ
เมื่อคืนเขาทำตามคำสั่งของผู้อำนวยการ เปิดอ่านเอกสารล่วงหน้า พออ่านจบก็ล้างหน้าแล้วกลับมาอ่านซ้ำอีกรอบ
แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ถ้าเป็นเส้นทางเลื่อนตำแหน่งตามปกติ ต่อให้ราบรื่นแค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องอายุ 32 ถึงจะมาถึงขั้นนี้ได้ แต่คนคนนี้เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ!
อัจฉริยะน่ะมีอยู่แล้ว เพียงแต่ส่วนใหญ่ไปทำงานวิจัยกัน!
โจวเจี้ยนหมินละสายตา หยิบซองเอกสารกระดาษคราฟต์ออกมา ตรงปากซองมีตราครั่งของฝ่ายการเมือง กระทรวงความมั่นคงสาธารณะประทับอยู่
เขาแกะซอง หยิบเอกสารหัวกระดาษแดงออกมา แล้วยื่นให้ด้วยสองมือ
“หนังสือแจ้งการแต่งตั้งสหายกู้เฉิงเย่”
กู้เฉิงเย่รับมาแล้วกวาดตามองเลขที่เอกสารก่อน
กงเจิ้งกาน〔2018〕หมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง
จากนั้นก็เปิดหน้าแรก
เนื้อหาแต่งตั้งไม่ยาว ถ้อยคำกระชับอย่างยิ่ง
“หลังจากพิจารณาและมีมติจากคณะกรรมการพรรคของกระทรวงแล้ว จึงแต่งตั้งสหายกู้เฉิงเย่เป็นหัวหน้าคณะกำกับดูแลคดีสำคัญและคดีร้ายแรงเป็นพิเศษ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะ (ระดับผู้อำนวยการกอง) รับผิดชอบประสานงาน กำกับติดตาม และให้คำแนะนำแก่คดีสำคัญซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับหลายพื้นที่ โดยรายงานตรงต่อรองรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ”
คณะกำกับดูแลคดีเป็นพิเศษ
ไม่ใช่แผนกใดในโครงสร้างหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นตำแหน่งที่จัดตั้งขึ้นใหม่
กู้เฉิงเย่อ่านเอกสารตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
ระดับผู้อำนวยการกอง
เมื่อเทียบกับยศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามของเขา ระดับตำแหน่งทางปกครองนี้ก็อยู่ตรงขอบล่างพอดี โดยทั่วไปยศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามจะอยู่ระหว่างระดับผู้อำนวยการกองถึงรองอธิบดี การให้ตำแหน่งระดับผู้อำนวยการกองจึงถือว่าเหมาะสม
กู้เฉิงเย่ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ
ไม่ใช่หัวหน้าหน่วย ไม่ต้องบริหารงานทั้งกอง
เป็นงานเฉพาะด้าน ติดต่อกับคดีโดยตรง
รัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอของเขาแล้ว
โจวเจี้ยนหมินคอยสังเกตปฏิกิริยาของเขาอยู่ข้าง ๆ
ถ้าเป็นคนอื่นได้รับคำสั่งแต่งตั้งแบบนี้ สีหน้าคงเปลี่ยนไปบ้าง ต่อให้ไม่พูดอะไร แววตาก็ปิดไม่มิด
แต่ชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่ต้นจนจบกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง หลังอ่านหน้าสุดท้ายจบก็วางเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนพูดว่า
“ใบรับหนังสืออยู่ไหนครับ?”
โจวเจี้ยนหมินชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหยิบใบรับหนังสือออกมาจากซอง
กู้เฉิงเย่หยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมา เขียนชื่อลงในช่องผู้รับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“สหายกู้ ต่อไปเป็นขั้นตอนโอนย้ายสังกัดงานบุคคลกับสังกัดองค์กรพรรค” โจวเจี้ยนหมินเปิดรายการตรวจสอบ “การย้ายข้ามระบบมีเอกสารค่อนข้างเยอะ เดี๋ยวผมไล่ยืนยันกับคุณทีละรายการนะครับ”
“ได้ครับ รบกวนคุณโจวแล้ว”
“เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ!”
การประสานแฟ้มประวัติบุคลากร หนังสือแนะนำการโอนสังกัดองค์กรพรรคของสมาชิกพรรค การโอนสิทธิเงินเดือน การเชื่อมต่อประกันสังคม การยืนยันและจัดเก็บประวัติยศตำรวจ...
โจวเจี้ยนหมินอ่านทีละรายการ กู้เฉิงเย่ตรวจทีละรายการ แล้วลงชื่อกำกับ
ทุกอย่างรวดเร็ว ไม่มีขั้นตอนไหนติดขัด
พอจัดการกระบวนการทั้งหมดเสร็จ ความสงสัยในใจของโจวเจี้ยนหมินกลับยิ่งเพิ่มขึ้น
เขาเคยจัดการเอกสารของเจ้าหน้าที่ที่ย้ายข้ามระบบมาหลายคน ตอนประสานเอกสารมักมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้เสมอ ไม่ก็ขาดเอกสารประเมินไปฉบับหนึ่ง ไม่ก็วันที่สำคัญบางช่วงไม่ตรงกัน
แต่เอกสารของกู้เฉิงเย่เรียบร้อยจนน่าเหลือเชื่อ เอกสารทุกฉบับ วันเวลาทุกจุด และบันทึกการประเมินทุกครั้งสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์
พูดให้ถูก ไม่ใช่แค่ “เรียบร้อย” แต่ “สมบูรณ์แบบ”
สมบูรณ์แบบจนชวนให้คิดว่า ก่อนส่งมอบแฟ้มประวัตินี้คงมีคนตรวจทานด้วยมาตรฐานสูงสุดมาแล้วรอบหนึ่ง
โจวเจี้ยนหมินข่มความคิดในใจไว้ แล้วเลื่อนใบยืนยันการจัดเก็บฉบับสุดท้ายไปให้
“ยืนยันยศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามเรียบร้อยแล้วครับ จัดเก็บเข้าระบบเสร็จแล้ว”
กู้เฉิงเย่ลงชื่อเสร็จก็วางปากกาลง
“หัวหน้าโจว เรื่องจัดหาที่พักกับรับอุปกรณ์ต้องไปติดต่อแผนกไหนครับ?”
“เรื่องที่พักติดต่อกองสนับสนุนงานส่งกำลังบำรุงครับ ผมจะออกหนังสือรับรองการโยกย้ายให้ ส่วนอุปกรณ์ไปที่คลังพัสดุเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ของกองจัดหาและการเงิน ผมจะออกหนังสือแนะนำให้พร้อมกัน” โจวเจี้ยนหมินพูดพลางหยิบเอกสารสองฉบับที่ประทับตราไว้ล่วงหน้าแล้วออกจากลิ้นชัก “เตรียมไว้หมดแล้วครับ”
กู้เฉิงเย่รับเอกสารมา กวาดตามองเพียงครั้งเดียวแล้วลุกขึ้น
“ขอบคุณหัวหน้าโจวที่ช่วยจัดการให้ตั้งนานนะครับ”
“เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ” โจวเจี้ยนหมินลุกขึ้นด้วย ตอนเดินไปส่งเขาถึงประตู ก็อดพูดเพิ่มไม่ได้ “สหายกู้ การตรวจทบทวนคุณสมบัติการพกพาอาวุธปืนของฝ่ายดูแลอาวุธปืนและกระสุนจัดไว้ตอนบ่ายสองวันนี้นะครับ สถานที่สอบอยู่ที่สนามยิงปืนของฐานฝึกกระทรวง ที่อยู่คือ...”
“รับทราบครับ ขอบคุณหัวหน้าโจวที่เตือน!”
โจวเจี้ยนหมินยืนอยู่กับที่ มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายเลี้ยวเข้าไปในโถงลิฟต์จนลับสายตา
ประตูห้องทำงานข้าง ๆ แง้มออกมา มีหัวคนหนึ่งโผล่พ้นช่องประตู
“โจว คนที่พูดถึงในที่ประชุมคณะกรรมการพรรคของกระทรวงเมื่อวานก็คนนั้นเหรอ?”
โจวเจี้ยนหมินไม่ตอบ เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน จัดเอกสารเมื่อครู่ให้เป็นระเบียบ แล้วล็อกเก็บไว้ในตู้เอกสาร
พอล็อกเสร็จ เขาถึงพูดเสียงดังว่า “อย่าสอดรู้สอดเห็น”
เพื่อนร่วมงานหัวเราะหึ ๆ แล้วปิดประตู
——
คลังพัสดุเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ของกองจัดหาและการเงินอยู่ที่ชั้นใต้ดินหนึ่งของอาคาร
คนดูแลคลังเป็นตำรวจอาวุโสอายุห้าสิบกว่า แซ่เมิ่ง
เขารับหนังสือแนะนำของกู้เฉิงเย่มา แล้วกวาดตามองตามขั้นตอน
จากนั้นสายตาก็หยุดนิ่งทันที
“ตำรวจชั้น...ผู้กำกับการระดับสาม?”
ตำรวจอาวุโสเมิ่งพลิกเอกสารดูด้านหลัง แล้วพลิกกลับมาด้านหน้า ก่อนมองกู้เฉิงเย่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใบหน้าตรงหน้าอ่อนเยาว์เกินไป
เขาอยู่คลังแห่งนี้มาสิบสองปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้จ่ายเครื่องแบบให้คนอายุน้อยขนาดนี้ซึ่งมียศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสาม
“พกบัตรมาด้วยไหมครับ?” ตำรวจอาวุโสเมิ่งถาม
กู้เฉิงเย่ยื่นหนังสือรับรองการทำงานชั่วคราวกับเอกสารที่กองงานบุคลากรออกให้ไป
ตำรวจอาวุโสเมิ่งตรวจทานซ้ำหลายรอบ พอยืนยันว่าไม่มีปัญหาก็ลุกขึ้น ท่าทีเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“คุณ...สหายกู้ เชิญทางนี้ครับ ผมจะพาไปวัดตัว”
วัดตัวเสร็จอย่างรวดเร็ว
รูปร่างของกู้เฉิงเย่ได้สัดส่วน ไหล่กว้างเอวคอด วัดข้อมูลไม่กี่จุดก็ระบุขนาดเครื่องแบบได้ทันที
ตำรวจอาวุโสเมิ่งหยิบเครื่องแบบตำรวจสองชุดที่ตรงขนาดลงมาจากชั้นด้วยตัวเอง แล้วไปหยิบอินทรธนูยศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามจากตู้เฉพาะ
เขาวางอินทรธนู หมายเลขตำรวจ และตราหน้าอกเรียงบนผ้ากำมะหยี่บนโต๊ะ
“สหายกู้ ตรวจนับดูครับ”
กู้เฉิงเย่ตรวจทีละชิ้น แล้วเซ็นชื่อในใบรับของ
ตำรวจอาวุโสเมิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็อดถามไม่ได้ “เอ่อ...คุณเพิ่งย้ายเข้ามาเหรอครับ?”
“ใช่ครับ”
“ก่อนหน้านี้อยู่หน่วยไหนครับ?”
กู้เฉิงเย่เพียงมองเขาเรียบ ๆ
ตำรวจอาวุโสเมิ่งได้สติทันที ยิ้มแห้ง ๆ “ผมปากมากไปหน่อย อย่าถือสาเลยครับ”
กู้เฉิงเย่ไม่ได้ติดใจอะไร เขาหิ้วถุงอุปกรณ์เดินออกจากคลังไป
ตำรวจอาวุโสเมิ่งมองอีกฝ่ายเดินลับไป แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามอายุยี่สิบกว่า เก่งจริง ๆ เก่งจริง ๆ!”
เขาส่ายหน้า หันกลับไปจัดชั้นวางของต่อ
ทำงานดูแลคลังมาตั้งสิบสองปี คนแบบไหนก็เคยเจอมาแล้ว
แต่คนนี้วันนี้ เขาไม่เคยเจอจริง ๆ
——
ขั้นตอนเรื่องที่พักดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
กู้เฉิงเย่ยื่นเอกสารขอห้องพักชั่วคราว หนังสือรับรองการโยกย้ายจากฝ่ายการเมือง และเอกสารยืนยันการคืนที่พักเดิม
บ้านที่ได้รับจัดสรรจากระบบความมั่นคงแห่งชาติก่อนหน้านี้ เขาคืนให้หน่วยงานเดิมตามระเบียบแล้ว โดยหน่วยงานเดิมซื้อคืนในราคาภายใน
ขั้นตอนต่าง ๆ จัดการเรียบร้อยก่อนเขาออกจากหน่วย เงินก็ได้รับแล้ว แม้จะไม่มาก แค่ล้านกว่าหยวน เงินเท่านี้ในเมืองหลวงซื้อได้แค่ห้องน้ำสักห้องเท่านั้น
พนักงานฝ่ายจัดการที่พักเห็นเอกสารยืนยันยศตำรวจชั้นผู้กำกับการระดับสามแล้ว ก็เร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“สหายกู้ ตามระเบียบแล้วคุณมีคุณสมบัติได้รับการจัดสรรห้องพักชั่วคราวประเภทเอ ตอนนี้มีห้องว่างอยู่สองแห่งใกล้หน่วยงาน แห่งหนึ่งอยู่ถนนวงแหวนรอบสามฝั่งตะวันตก อีกแห่งอยู่เฟิงไถ คุณคิดว่า...”
“ที่ไหนใกล้กว่าครับ?”
“ถนนวงแหวนรอบสามฝั่งตะวันตกครับ ปั่นจักรยานไปที่กระทรวงใช้เวลาแค่ 15 นาที”
“เอาที่นั่นครับ”
“ได้ครับ ผมจะเร่งดำเนินการขออนุมัติ คาดว่าภายใน 3 ถึง 5 วันทำการจะรับกุญแจได้”
“ได้ครับ ขอบคุณ”
เซ็นเอกสารเสร็จ กู้เฉิงเย่ก้มดูเวลา
11 โมง 40 นาที
บ่ายสองยังต้องเข้ารับการตรวจทบทวนคุณสมบัติการพกพาอาวุธปืน
เขาไปกินมื้อกลางวันที่โรงอาหาร
บ่ายโมง 45 นาที สนามยิงปืนของฐานฝึกกระทรวง
ตอนกู้เฉิงเย่มาถึง คณะกรรมการสอบก็เตรียมพร้อมแล้ว
