“…ใต้เท้าหลี่เสวียนเช่อทราบได้อย่างไรเล่า?”
เมื่อเทียบกับที่หลี่เสวียนเช่อออกหน้าแทนตน ฉินต้งกลับตะลึงยิ่งกว่าที่อีกฝ่ายล่วงรู้ถึงวาจาห้าวหาญที่ตนเคยกล่าวไว้
“เจ้าลืมฐานะของเราหรือ? รายละเอียดเกี่ยวกับการสังหารหลี่เทียนโซ่วของเจ้าล้วนถูกบันทึกไว้ในสำนวนหมดแล้ว กระทั่งประวัติความเป็นมาของเจ้าก็ถูกส่งไปยังกองบัญชาการใหญ่จนครบถ้วน”
หลี่ว์เหลียงพลันมีสีหน้าเคร่งขรึม “มิเช่นนั้นเจ้านึกว่าตนจะรอดมาได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ? เพียงข้อสงสัยว่าเจ้าฝึกฝนปราณคุ้มกายสวรรค์ก็เพียงพอให้เจ้าไม่มีวันกลับตัวได้!”
“ข้ายอมรับว่าลอบฝึกปราณคุ้มกายสวรรค์จริง ทว่าข้ารับวิชานี้มาจากหลิวกัน หาได้หมายความว่าข้าเป็นไส้ศึกของลัทธิฟ้าเหลืองไม่…”
ฉินต้งย่อมเข้าใจความหมายที่หลี่ว์เหลียงต้องการสื่อ จึงตอบไปตามตรง
“คำนี้เจ้าเอาไปกล่าวกับข้ามิได้ประโยชน์ ข้าเชื่อเจ้าได้ แต่มิได้หมายความว่าเบื้องบนจะเชื่อ”
หลี่ว์เหลียงส่ายศีรษะ “ดังนั้นครานี้ผู้ที่เจ้าควรสำนึกบุญคุณที่สุดคือใต้เท้าหลี่เสวียนเช่อ หากปราศจากคำกล่าวของเขา คนที่มาในวันนี้ก็มิใช่เพียงข้าผู้เดียว”
หากกองบัญชาการใหญ่ตัดสินว่าความผิดของฉินต้งมิอาจอภัย
กรมส่วนภูมิภาคก็จะระดมพนักงานสืบสวนป้ายเงินไปจับกุมฉินต้งที่เจียงตูทันที
เพื่อป้องกันมิให้ฉินต้งหลบหนี ผู้บัญชาการใหญ่ก็อาจจะลงมือด้วยตนเอง
“ข้าจะจารึกบุญคุณของใต้เท้าหลี่เสวียนเช่อไว้ในใจ สักวันหนึ่งข้าจะตอบแทนความเชื่อใจที่เขามีต่อข้า!”
ฉินต้งเอ่ยด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“จะบอกให้เจ้าล่วงหน้า ครานี้เบื้องบนถือว่าเจ้าใช้ผลงานหักล้างความผิด”
