ภายในด่านมนุษย์กลายเป็นมังกร
สายฝนเย็นเยียบยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
บนทางดินโคลนเลนหลังสุสานรวมศพ บัณฑิตเฒ่าผู้มีไอสีดำวนเวียนรอบกายกำลังมุ่งหน้าไปยังกระท่อมมุงจากเก่าโทรมในหุบเขา ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนพื้นดิน
ห่างจากเขาไปสิบเมตร เดวิด ไทสัน เคล และสมาชิกทีมประเทศประภาคารอีกห้าคนต่างย่อตัวต่ำ ย่ำผ่านน้ำโคลนสะกดรอยตามมาอย่างกระชั้นชิด
【ติ๊ง! ประกาศทั่วโลก: ผู้เล่นตัวแทนประเทศต้าเซี่ย “โจวผิง” เสียชีวิตแล้ว! จำนวนสมาชิกทีมต้าเซี่ยที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้: 9 คน!】
เมื่อได้ยินเสียงประกาศจากฟากฟ้า เดวิดที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก็เลิกคิ้ว ก่อนสบถเสียงต่ำ
“แม่งเอ๊ย พวกเศษสวะต้าเซี่ยนี่อึดจริง ๆ! ตั้งสิบเจ็ดนาทีเต็ม เพิ่งตายไปแค่คนเดียวเองหรือวะ?!”
เคลที่เดินตามอยู่ข้าง ๆ ลูบแก้มซึ่งบวมเป่งจากการถูกเดวิดตบก่อนหน้านี้ แล้วกล่าวเสียงอู้อี้ว่า “พวกมันจะตายกี่คนก็ช่างเถอะ ยังไงก็ไม่ได้ซื้ออุปกรณ์ป้องกัน อีกไม่นานก็ต้องโดนคนแล่เนื้อในอารามสับเป็นหมูบดอยู่ดี”
“หัวหน้าทีม เรารีบคิดกันดีกว่าว่าจะจัดการเจ้าคนบ้าข้างหน้านั่นยังไง!”
พอพูดถึงบัณฑิตเฒ่าที่อยู่ข้างหน้า สีหน้าของทั้งแปดคนก็พลันเคร่งขรึมลง
ไทสัน รองหัวหน้าทีม มองกระท่อมเก่าทรุดโทรมที่เริ่มเห็นเค้าโครงอยู่ห่างออกไปร้อยเมตร แล้วลดเสียงลงกล่าวว่า
“หัวหน้า ตามเรื่องราวที่เราเห็นใน【กระจกสื่อวิญญาณ】หลังบัณฑิตเฒ่ากลับถึงกระท่อม เขาจะตั้งกระจกทองแดงสองบานไว้ในบ้าน วางภาพเหมือนของตัวเองไว้ด้านหน้า จากนั้นคุกเข่าตรงกลาง ทำพิธีกราบไหว้กันและกันสามภพ แล้วสุดท้ายก็ฟันคอตัวเองขาด!”
“ถ้าปล่อยให้เขาฟันคอตัวเองจนเสร็จ แล้วผนึกผีร้ายเข้าไปในศพไร้หัวได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราคงหมดทางสู้จริง ๆ!”
“เพราะงั้นต้องเข้าไปขัดขวางพิธีของเขาในกระท่อมให้ได้!”
ลิลิธ สมาชิกหญิงของทีมเอ่ยเสนอขึ้นทันทีว่า “ในเมื่อเขาต้องส่องกระจกถึงจะทำพิธีสำเร็จ งั้นเราก็พุ่งเข้าไปขวาง ไม่ให้เขาเข้าใกล้กระจกทองแดงสองบานนั้นก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?”
