มู่เฉินรับเงินแล้วก็ยังไม่ยอมไปไหน ตี้จืออิงจึงไม่เกรงใจ สั่งเขาตรง ๆ “ในเมื่ออาเหอไม่มีอะไรทำ ก็ช่วยถูพื้นให้ฉันหน่อยสิ”
ล้อเล่นน่า เธอไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับสงครามเงียบระหว่างผู้ชายหรอก
อย่าโยนความกดดันมาให้เธอสิ
ไฉ่ไฉชูนิ้วโป้ง “ตี้จืออิง คุณนี่เป็นคนที่ไม่รู้จักความกดดันที่สุดเลย”
เซียงจวี่คิดว่านี่คือตี้จืออิงกำลังปกป้องเขา
ท่ามกลางสายตาอิจฉาของมู่เฉิน เขายิ้มอย่างผู้ชนะ
ตี้จืออิงนั่งวาดภาพอยู่ข้าง ๆ แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นกระแสคลื่นใต้น้ำที่กำลังปะทะกันของทั้งคู่
ที่จริงร้านดอกไม้สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเลยสักนิด
แค่ผู้ชายพออิ่มท้องก็เริ่มคิดเรื่องอย่างว่า ถ้าไม่หาอะไรให้พวกเขาทำ ความสนใจก็จะพุ่งมาที่เธอทันที
เธอไม่อยากต้องคอยปลอบเด็กหรอกนะ
ยังไม่คิดจะเป็นแม่เร็วขนาดนั้นด้วย
โชคดีที่จี้กวนซิงอยู่ไกล ไม่อย่างนั้นถ้ามาเพิ่มอีกคน เธอคงรับมือไม่ไหวจริง ๆ
ไฉ่ไฉนำข่าวมาบอก “มีข่าวดีหนึ่งข่าวกับข่าวร้ายหนึ่งข่าว อยากฟังข่าวไหนก่อน”
หัวใจตี้จืออิงกระตุกวูบ ลาง ๆ ว่าพอเดาคำตอบได้แล้ว
“เล่าข่าวร้ายก่อนแล้วกัน”
“จี้กวนซิงขึ้นเครื่องบินมาหนานเฉิงแล้ว”
มุมปากเธอกระตุก “...ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าต้องโยนความกดดันมาให้ฉัน”
“แล้วข่าวดีล่ะ”
ไฉ่ไฉบอกว่า “ข่าวดีก็คือ เสิ่นจิ้งจื้อจะไม่มาร่วมวงที่ร้านดอกไม้หรอก”
“ไฉ่ไฉ คิดว่าตัวเองตลกมากหรือไง”
ตี้จืออิงหมดคำจะพูด นี่มันกฎของเมอร์ฟีหรือเปล่า
กลัวอะไรก็ได้อย่างนั้นจริง ๆ
เธอถนัดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง คราวนี้ดีเลย มากันครบทุกคน
