พอได้ยินว่าตี้จืออิงแจ้งตำรวจ คนที่เคยด่าเธอต่างเหงื่อเย็นผุดเต็มตัว
ไม่จริงน่า เอาจริงขนาดนี้เลยเหรอ?
เพิ่งผ่านไปแค่คืนเดียว ก็ทั้งโต้กลับทั้งแจ้งตำรวจ ลงมือฉับไวขนาดนี้เลยเหรอ?
บางคนหัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวไปแล้ว
“กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มากหรอก เมื่อคืนมีคนด่าเธอตั้งเยอะ เธอคงไม่ฟ้องทุกคนจริง ๆ หรอกใช่ไหม?”
“เมื่อคืนฉันใช้บัญชีรอง ไม่มีแม้แต่ชื่อจริง ตามหามาถึงตัวฉันไม่ได้หรอก”
“ฉันไม่ได้ด่าเธอในกลุ่ม แค่ส่งคำขอเป็นเพื่อนไปเอง คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอกใช่ไหม?”
“บ้าเอ๊ย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะฟ้องคนเป็นฝูงได้ในทีเดียว ต่อให้มีความสามารถจริง มหาวิทยาลัยจะยอมเหรอ?”
ใต้เวที เสียงพูดคุยทั้งเบาและดังเผยให้เห็นความตื่นตระหนกของพวกเขา
บางคนยังปากแข็ง ไม่เชื่อเลยว่าตี้จืออิงจะฟ้องพวกเขาจริง ๆ
แต่ตี้จืออิงไม่สนใจเลยว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ แค่ทำไปตามขั้นตอนเท่านั้น
“ตำรวจหาเจอตัวคนตั้งกระทู้กับคนที่เข้ามาตอบกระทู้ผ่านไอพีแล้ว ฉันจะให้โอกาสพวกคุณเป็นครั้งสุดท้าย ลบโพสต์แล้วออกมาขอโทษต่อสาธารณะ ฉันยังพอพิจารณาให้พวกคุณติดคุกน้อยลงสักสองสามปีได้”
โกหกทั้งนั้น
หาตัวคนตั้งกระทู้ไม่เจอเลยต่างหาก
หนิงอานหยวนมีระบบคอยช่วยเหลือ โพสต์จึงสืบย้อนกลับไปถึงต้นทางไม่ได้
ใช้ขู่พวกที่โพสต์ตามกระแสได้ก็เท่านั้น
นักศึกษาที่นั่งอยู่ในหอประชุมเริ่มกระสับกระส่าย ไม่พอใจวิธีการของตี้จืออิงกันถ้วนหน้า
มีคนเปิดประเด็นขึ้นว่า “พูดมาตั้งเยอะ คุณก็ยังเอาหลักฐานมายืนยันไม่ได้ว่าตัวเองไม่ใช่มือที่สามอยู่ดี”
อีกคนรีบรับลูกทันที “นั่นสิ ยอมรับว่าตัวเองเป็นมือที่สามมันยากนักหรือไง? ทำเป็นขู่คนอื่นไปทำไม?”
