แต่เดิมไฉ่ไฉก็กลัวว่าตี้จืออิงจะรู้สึกขัดใจ
เพราะพวกคลั่งรักแบบยึดติดกับสาวเย็นชา ไม่ใช่ใครก็รับมือไหว
ในนิยายแค่อ่านผ่าน ๆ แล้วพูดถึงสักสองประโยคก็พอให้ตื่นเต้นแล้ว แต่ในชีวิตจริง ใครจะไม่อยากรีบโทรแจ้งตำรวจล่ะ
ตี้จืออิงทำหน้าจริงจัง “คุณไม่รู้หรอก ฉันชอบความตื่นเต้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว”
“เรื่องที่ฉันไม่รู้น่ะมีอีกเยอะ”
“ยังไงเธอก็ระวังตัวหน่อย อย่าโดนเสิ่นจิ้งจื้อฆ่าตายก็พอ”
“ให้เธอพิชิตใจเขา ไม่ได้ให้เอาชีวิตไปแลก”
ไฉ่ไฉเป็นห่วงอยู่บ้าง เสิ่นจิ้งจื้อดูประหลาดลึกลับเกินไป พลาดนิดเดียวอาจถึงตายได้
“ฮิฮิ ไฉ่ไฉไม่ต้องห่วงหรอก”
“ฉันอายุปูนนี้แล้ว มีอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอ”
ตี้จืออิงไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
ช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ เธอถูกคนในวงการอิจฉา มีคนมาก่อเรื่องและทุบร้าน ถูกลักพาตัวข่มขู่ ได้รับหนูตายส่งมาให้ แถมยังมีคนบุกเข้าบ้านกลางดึก ใช้มีดขู่ให้เธอเซ็นถอนตัวจากการประมูลโครงการ
เธอฝ่าฟันเรื่องพวกนั้นมาได้ จนก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้
ถ้าไม่ถูกลูกน้องที่ไว้ใจหักหลัง จนติดกับดักที่คู่แข่งวางไว้ ตอนนี้เธอคงกำลังแช่น้ำพุร้อน ให้หนุ่มหล่อนวดไหล่อยู่แล้ว
หลุดเข้ามาในโลกนิยายทั้งที จะปล่อยให้เด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่า ๆ ขู่จนกลัวได้ยังไง
อย่างมากก็เป็นแค่ลูกไม้เด็ก ๆ เท่านั้น
ตี้จืออิงบิดขี้เกียจ ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็แต่งหน้า
เธอมองกระจกแล้วเอ่ยว่า “สมบูรณ์แบบ”
ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาแดงระเรื่อและบวมเล็กน้อย ในดวงตายังมีหยาดน้ำตาพราวระยับ แค่มองก็รู้ว่าแอบร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มมา
