ไป๋จี๋เอ่ยวาจาไร้ต้นสายปลายเหตุ ผู้คนล้วนหันไปมองนาง เฉินเจียซุ่ยยิ่งเอ่ยถามว่า “ไป๋จี๋ เจ้าพูดเหลวไหลอันใด”
ไป๋จี๋ส่ายศีรษะ พลางรีบร้อนกล่าว “คุณหนู บ่าวมิได้พูดเหลวไหล นี่เป็นสิ่งที่บ่าวพบในห้องคุณหนูรอง ทุกคนถูกคุณหนูรองหลอกแล้ว!”
ไป๋จี๋กล่าวพลางยกกล่องที่ถืออยู่ตลอดขึ้น
กู้ซีจือได้ยินวาจานี้ หันขวับไปมอง ในแววตาฉายแววตื่นตระหนกอยู่รำไร
ทว่านางกลับบังคับใจให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว
กล่องนั้นนางไม่รู้จัก หาใช่ของในห้องนางไม่
อีกอย่าง ของพวกนั้นนางซ่อนอย่างระมัดระวังยิ่ง ไม่มีทางถูกผู้อื่นหาเจอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสาวใช้กระจอกที่มือไม่สะอาด
“ไป๋จี๋ เจ้า...เจ้าหมายความว่าเช่นไร!”
กู้ซีจือหน้าซีดขาว เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสะอื้น บางทีจิตใจพลุ่งพล่านเกินไป ทั้งร่างพลันโอนเอนไร้เรี่ยวแรง
ลู่หยุนเจิงจะทนเห็นคนในใจถูกข่มเหงได้อย่างไร ลุกขึ้นประคองกู้ซีจือไว้ทันที ปากก็ตวาดเย็นชาว่า
“ทาสหญิงต่ำช้าคนหนึ่ง กล้าดีบังอาจใส่ร้ายนาย!”
“ท่านอา ท่านอาสะใภ้ พวกท่านปฏิบัติต่อซีจือดังบุตรสาวแท้ๆ เช่นนี้หรือ ยอมดูซีจือถูกสาวใช้รังแก?”
“หากพวกท่านไม่เต็มใจอบรมสาวใช้ผู้นี้ เช่นนั้นลู่หยุนเจิงก็ไม่ถือสาที่จะอบรมแทน!”
วาจาเร่งร้อนดุดันนี้ ราวกับเขาเป็นเจ้าของจวนแม่ทัพพิทักษ์แคว้นเสียเอง
ทางด้านไป๋จี๋ได้รับสัญญาณจากเฉินเจียซุ่ยแล้ว รู้ว่าเวลาสุกงอม มิได้ปริปากพลันเปิดกล่อง เผยให้เห็นจดหมายหนาเตอะปึกหนึ่ง
“หากบ่าวทำผิดจริง ใต้เท้าและฮูหยิน คุณหนูย่อมลงโทษ ยังไม่ต้องให้คุณชายลู่ผู้เป็นคนนอกมาชี้นิ้วสั่ง!”
ไป๋จี๋มีสง่าราศีของเฉินเจียซุ่ยอยู่บ้าง ยามนี้มิได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย เอ่ยตรงไปตรงมาอย่างเป็นระบบต่อไปว่า
“ใต้เท้า ฮูหยิน เชิญดู นี่คือสิ่งที่บ่าวพบในห้องคุณหนูรอง!”
“บนนั้นเขียนไว้อย่างแจ่มแจ้งว่า คุณหนูรองกับคุณชายลู่ลอบคบหากันลับหลังคุณหนู ส่งของให้กันอย่างลับๆ มานานแล้ว!”
“ใต้เท้า ฮูหยิน คุณหนู...คุณหนูได้รับความอัดอั้นตันใจยิ่งนัก คุณหนูรองนั่นแหละคือผู้ทรยศพี่น้อง สมควรถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ และคุณชายลู่ก็คือชายใจทรามเห็นแก่สีสัน หลงลืมคุณธรรม!”
กล่าวถึงตอนท้าย ไป๋จี๋ก็ร่ำไห้จนพูดไม่ออก
คุณหนูของนาง ถูกหลู่หยุนเจิงกับกู้ซีจือหลอกหนักหนาเกินไปแล้ว เมื่อครู่เพียงแค่ดูจดหมายไม่กี่ฉบับ นางก็แทบหายใจไม่ออก
“เจ้าว่าอันใดนะ!”
เฉินเจิงเซิ่งกับจี้หว่านได้ยินดังนั้น ฉับพลันเบิกตากว้าง สามีภรรยารุดเข้าไปหยิบจดหมายในกล่อง มือสั่นเทาพลิกอ่าน
เฉินเจียซุ่ยย่อมแสดงละครครบทุกฉาก ทรงตัวซวดเซเข้าไปใกล้
กู้ซีจือกับลู่หยุนเจิงสบตากัน สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงในที่สุด!
ยามนี้ กู้ซีจือมิอาจสนใจเสแสร้งอีกแล้ว นางรีบยืดตัวตรง หมายจะเอ่ยปากแก้ตัว แต่ชั่วขณะไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
เป็นไปได้อย่างไร?
จดหมายและของสำคัญพวกนั้นนางซ่อนไว้อย่างมิดชิด ไม่มีทางถูกคนนอกพบ สาวใช้ที่ขโมยของ ยิ่งไม่มีทางค้นหาเจอง่ายดาย และบังเอิญให้ไป๋จี๋เห็นได้
ความคิดมาถึงตรงนี้ กู้ซีจือพลันมีประกายความคิดฉับพลัน
ไม่ใช่!
เฉินเจียซุ่ยจิตใจโง่เขลา นางกับหยุนเจิงอำพรางดีอย่างยิ่ง หลายปีมานี้เฉินเจียซุ่ยไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่านางกับหยุนเจิงมีอะไรกัน
อีกอย่าง ด้วยนิสัยหุนหันพลันแล่นของเฉินเจียซุ่ย หากพบพิรุธมาแต่แรก จะทนรอจนถึงวันที่หยุนเจิงมาสู่ขอแล้วค่อยระเบิดได้อย่างไร?
หรือว่า...หรือว่าเป็นเพราะหยุนเจิงขอแต่งงานกับนาง เฉินเจียซุ่ยจึงเกิดความริษยา แล้วจงใจให้ไป๋จี๋แสดงละครเรื่องนี้?
คิดถึงตรงนี้ กู้ซีจือจิตใจสงบลงบ้าง
เฉินเจียซุ่ยกำลังลวงนาง!
หากนางไม่รู้จักอดกลั้น ก็เกือบถูกเฉินเจียซุ่ยเดาสุ่มถูกเข้าแล้ว
คิดได้ดังนี้ กู้ซีจือส่งสายตาให้ลู่หยุนเจิงสงบใจไว้ก่อน แล้วรุดเอ่ยว่า “ท่านพ่อบุญธรรม ท่านแม่บุญธรรม ซีจือไม่ได้ทำ!”
“ต้องเป็นเพราะเรื่องที่คุณชายลู่ทำวันนี้ ไป๋จี๋รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนซุ่ยซุ่ย จึงคิดแผนต่ำเช่นนี้”
“ซีจือเข้าใจความภักดีที่นางมีต่อซุ่ยซุ่ย แต่นางใส่ร้ายซีจือเช่นนี้ ซีจือจะไม่รู้สึกอัดอั้น ไม่รู้สึกบริสุทธิ์ได้อย่างไร!”
ลู่หยุนเจิงได้รับคำใบ้จากกู้ซีจือแล้ว ก็รีบเอ่ยว่า “ทาสหญิงต่ำๆ คนหนึ่ง กล้าบังอาจใช้วิธีการสกปรกเช่นนี้!”
“เฉินเจียซุ่ย จัดการสาวใช้ของเจ้าเสีย! เจ้าไม่เชื่อข้าก็แล้วไป เจ้ายังไม่เชื่อซีจืออีกหรือ? นางมีใจจริงต่อเจ้า กลับถูกเจ้าทำร้ายเช่นนี้ จิตใจเจ้าจะสงบได้อย่างไร?”
เฉินเจียซุ่ยหันไป เห็นบิดามารดายังคงรีบร้อนพลิกดูจดหมายในกล่อง รู้ว่าพวกเขาขณะนี้ต้องถูกกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวง ยังไม่ได้ตั้งสติ
เหตุที่รู้ว่ามีจดหมายพวกนี้อยู่ ยังต้อง “ขอบคุณ” มารดาของลู่หยุนเจิง หรือก็คือมารดาสามีของนางในชาติก่อน—ฮูหยินลู่
ฮูหยินลู่ไม่เคยชอบนาง คิดว่านางเป็นสตรีที่ชอบโอ้อวดเกินไป ไม่ใช่สะใภ้ที่ดีในการดูแลบ้าน
ชาติก่อนตระกูลเฉินล่มสลาย ฮูหยินลู่เพื่อขัดขวางนางออกไปร้องทุกข์ ได้แอบวางยาแก่นาง แล้วมาเยาะเย้ยถากถางนาง
“หากไม่ใช่เพราะเกรงอำนาจจวนแม่ทัพพิทักษ์แคว้น ลูกข้าคงแต่งภรรยาที่ดีอย่างซีจือกลับบ้านไปนานแล้ว จะต้องมาปฏิบัติอย่างเสแสร้งกับสตรีหยาบกระด้างอย่างเจ้าไปไย!”
ทันใดนั้นเองที่ได้ยินคำว่า “ซีจือ” สองคำ นางเงยหน้าขึ้นอย่างฉงน คิดว่าหูฝาดไป
แต่ฮูหยินลู่กลับยิ้มอย่างสะใจ สาดกล่องจดหมายใส่หน้านาง
เมื่อเห็นชื่อจ่าหน้า เห็นลายมือที่คุ้นเคยบนนั้น นางรู้สึกราวฟ้าถล่ม
นางกึ่งนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คลุ้มคลั่งรื้ออ่านฉบับแล้วฉบับเล่า ตัวอักษรบนนั้นทุกบรรทัดเต็มไปด้วยความรักหวานซึ้งของลู่หยุนเจิงกับกู้ซีจือ ยังมีแผนการมากมาย รวมถึงการเยาะเย้ยหยันหยอกต่อนาง
นางจำได้ไม่ผิดสักตัวอักษร กู้ซีจือเขียนในจดหมายว่า—
'สิ่งที่ลู่ชายเขียน มอบให้ ซีจือทะนุถนอมยิ่งนัก ทุกค่ำคืนอันเงียบสงัดหยิบออกมาชื่นชม รสู้หวานซึ้งในใจ มิกล้าทำลายจิตใจจริงแท้ของชาย'
นางจึงมั่นใจว่ากู้ซีจือต้องเก็บจดหมายและของรักไว้ ด้วยเหตุนี้จึงคิดแผนนี้ได้
ไป๋จี๋เป็นคนละเอียดรอบคอบและใช้งานได้ดี ค้นเจอตามคาด!
เห็นลู่หยุนเจิงกับกู้ซีจือไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตา เฉินเจียซุ่ยคว้าสิ่งหนึ่งจากในกล่อง หันกลับมา
“จิตใจจริง?”
เฉินเจียซุ่ยยิ้มอย่างขมขื่น
“ข้าทุ่มเทใจให้พวกเจ้าทั้งสองคนแทบตาย แต่พวกเจ้า—เคยมีใจจริงให้ข้าสักครึ่งเสี้ยวบ้างหรือไม่!”
กู้ซีจือได้ยินดังนั้น รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้หมายอธิบายแก้ตัวไม่กี่คำ แต่เฉินเจียซุ่ยคลี่มือขวา เผยของชิ้นหนึ่ง
“ลู่หยุนเจิง รู้จักของนี่หรือไม่? นี่คือหยกมังกรมุกฝังดำมรดกตระกูลลู่ของเจ้า ด้านหลังสลักอักษร 'ลู่' ไว้”
“เจ้าให้หยกชิ้นนี้แก่กู้ซีจือ และในจดหมายตัวอักษรทอดออดอ้อนทุกคำ ทุกประโยคซาบซึ้งลึกซึ้ง เจ้าคิดว่าข้าจะฟังพวกเจ้าแก้ตัวอีกหรือ!”
“วันนี้ได้ชมละครใหญ่ที่พวกเจ้าทั้งสองแสดงจริงๆ หากไป๋จี๋ไม่บังเอิญเห็นจดหมายพวกนี้ จวนแม่ทัพพิทักษ์แคว้นข้าจะต้องส่งกู้ซีจือออกเรือนอย่างเอิกเกริกไปจวนสกุลลู่เลยกระมัง!”
“จิตใจมนุษย์ต่ำทรามถึงเพียงนี้ ทำเอาขนลุกซู่ หวาดหวั่นใจยิ่ง!”
ทันทีที่เห็นหยก กู้ซีจือก็ตื่นตระหนก
ใจนางสั่นสะท้าน พลางส่ายหน้ากล่าวหาว่าไม่ใช่ แต่เฉินเจียซุ่ยสีหน้าเย็นชา ไม่ฟังคำใด นางจึงรุดไปเรียกสามีภรรยาเฉินเจิงเซิ่ง
“ท่านพ่อบุญธรรม ท่านแม่บุญธรรม ซีจือไม่ได้ทำ ท่านเชื่อ—”
“หุบปาก!”
จี้หว่านบิดหน้ากลับมามอง ดวงตาแดงก่ำนั้นน่ากลัวราวกับจะกินคน
เมื่อก่อนทุ่มเทแรงใจให้กู้ซีจือไปเท่าใด มอบความรักให้นางมากเท่าใด ตอนนี้จี้หว่านก็เกลียดชังมากเท่านั้น!
จดหมายในกล่อง อ่านแล้วนางแทบจะอาเจียน!
“ดี ดีจริง คู่เดรัจฉานไร้สื่อกลางคบชู้ ส่งของให้กันลับๆ ใช้ความกตัญญูรู้คุณของจวนแม่ทัพเรา เหยียดหยามพวกเราถึงเพียงนี้!”
“ข้าเมื่อครู่ยังคิดจะให้ซุ่ยซุ่ยอดทน เพื่อให้สมใจจริงของเจ้าเสียอีก!”
“กู้ซีจือเอ๋ยกู้ซีจือ...”
จี้หว่านจ้องเขม็งไปที่กู้ซีจือ เอ่ยทีละคำว่า
“เจ้าไม่ใช่ใจจดใจจ่อจะแต่งกับลู่หยุนเจิงหรือ? ได้ ให้เจ้าแต่ง!”
“นับแต่นี้ไป ผู้คนใต้หล้าจะได้รู้ว่า กู้ซีจือต่ำช้าไร้ยางอายเพียงใด ช่างเหมาะสมเป็นคู่กับลู่หยุนเจิงผู้ไร้คุณธรรมเหลือเกิน!”
ทันใดนั้น จี้หว่านเหวี่ยงกล่องไปข้างหน้า จดหมายหลายสิบฉบับปลิวว่อน กระจัดกระจายร่วงเต็มร่างกู้ซีจือกับลู่หยุนเจิง
กู้ซีจือถอยกรูดไปหนึ่งก้าว
นางไม่เคยเห็นสีหน้าเคียดแค้นโกรธแค้นเช่นนี้บนใบหน้าจี้หว่านมาก่อน ณ วินาทีนี้ ใจนางหวาดกลัวพลุ่งพล่าน รู้สึกประหนึ่งตกลงสู่ธารน้ำแข็ง
จบสิ้นแล้ว.....