สามวันต่อมา
เซียวมู่เซิงเดินออกมาจากสถานีตำรวจ
เขาไม่ได้กลับมือเปล่า แต่ได้ธงเกียรติยศมา 1 ผืน เงิน 20,000 หยวน และใบวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทอีก 1 ใบ
ตลอดสามวัน วันแรกเขาก็ให้ปากคำเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ส่วนอีกสองวัน เขาถูกส่งไปสังเกตอาการที่โรงพยาบาลจิตเวช ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมา
ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้พักอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชนั้น...
ก็เพราะอาการของเขายังไม่ถึงเกณฑ์ต้องเข้ารักษา คนที่เข้าพักในโรงพยาบาลจิตเวชส่วนใหญ่ล้วนใช้ชีวิตตามปกติในสังคมไม่ได้
สำหรับเงิน 20,000 หยวน รางวัลที่เขาเห็นบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้เป็นรางวัลแบ่งตามขั้น
ผู้ให้เบาะแสสำคัญและหลักฐานจะได้รับเงินรางวัลตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 หยวน
ส่วนผู้จับกุมผู้ต้องสงสัยได้โดยตรงจะได้รับ 500,000 หยวน
เพราะเขาพบร่างผู้เคราะห์ร้ายที่ตามหากันมานานกว่าสิบปีไม่เจอ จึงได้รับเงินรางวัลเต็มจำนวน 20,000 หยวน
ด้านนอกสถานีตำรวจ มีชายชราหญิงชราผมขาวโพลนสองคนยืนรอเขาอยู่
ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ของล่อเยา ผู้ชายชื่อหลัวเทียนเฉิน ส่วนผู้หญิงชื่อเหอโยวชิง
ทั้งสองเป็นผู้มีการศึกษาสูง หลัวเทียนเฉินเป็นศาสตราจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองจินหยาง
เหอโยวชิงเป็นครูมัธยม
การพบศพลูกสาวถือเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่สำหรับคนทั้งคู่
ก่อนหน้านี้พวกเขาเชื่อมาตลอดว่าเธอแค่หายตัวไป และทำได้เพียงคิดว่าเธอหายตัวไปเท่านั้น ในใจยังมีความหวังริบหรี่อยู่บ้าง
แต่ตอนนี้...
แม้จะเป็นข่าวร้าย แต่ก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นไปนานแล้ว พวกเขาไม่ถึงกับขาดสติจนไปกล่าวโทษเซียวมู่เซิง
ทั้งคู่ยังขอบคุณเขาด้วย อย่างน้อยก็ทำให้พวกตนได้จัดการศพของลูกสาวก่อนสิ้นลมหายใจ
