"ทำอย่างไรดี?"
ซวีฉางโชวเหงื่อตก มองดูพื้นดินใต้เท้า เป็นดินแข็งสีแดง
เอาวะ เขากัดฟัน ควักยันต์ดินผยานออกมาหนึ่งแผ่น แปะลงบนตัว
จากนั้น ซวีฉางโชวก็มุดลงใต้ดินตรง ๆ
ลึกลงไปใต้ดินสามสี่เมตร ซวีฉางโชวยังรู้สึกได้ถึงผนึกบังตาอยู่
ทำการมุดต่อ ลงไปอีกเจ็ดแปดเมตร จึงไม่รู้สึกถึงผนึกบังตาอีก
เวลานี้ ซวีฉางโชวเริ่มมุดเข้าไปข้างใน
ยิ่งมุดเข้ายิ่งร้อน ซวีฉางโชวอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
มุดมาได้สิบกว่าเมตร จู่ ๆ ซวีฉางโชวรู้สึกว่าบนหัวโล่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาเข้าใจว่า นี่คือผ่านผนึกบังตามาแล้ว
เพื่อความแน่ใจ ซวีฉางโชวมุดลงไปอีกสามสี่เมตร จึงเริ่มมุดขึ้น
ก็ไม่คิดว่า ยิ่งขึ้นบนดินยิ่งแข็ง พอจะมุดขึ้นถึงผิวดินได้ ซวีฉางโชวไปเจอชั้นหินเข้า
ซวีฉางโชวหน้าทมึน ยันต์ดินผยานใช้มุดดินได้เท่านั้น มุดทะลุหินไม่ได้
จนใจ จึงหยิบยันต์ทะลุกำแพงออกมาใช้ จึงมุดขึ้นมาบนพื้นได้
ตอนนี้ เขาผ่านผนึกบังตามาแล้ว
ถ้ำกว้างขึ้นมาอย่างฉับพลัน ร้อนแรง ข้างหน้านั้น มีแม่น้ำลาวาที่เดือดพล่านอยู่เส้นหนึ่ง
ซวีฉางโชวกลัวจนขนลุก คิดย้อนไปก็ยังใจหาย ถ้าเมื่อกี้ก้าวล้ำไปข้างหน้าอีกนิดเดียว คงก้มหัวทิ่มลงแม่น้ำลาวาไปแล้ว
อาศัยแสงจากแม่น้ำลาวา จะเห็นได้ว่า ริมฝั่งแม่น้ำลาวานั้น มีแปลงเพาะปลูกขนาดหนึ่งจั้ง ล้อมรอบด้วยรั้วกั้น ภายในปลูกสมุนไพรสีแดงสีเขียวเอาไว้
ซวีฉางโชวเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ทุกต้นมีใบสี่แฉก เมื่อคลี่ใบออกแล้วดูคล้ายกังหันลม
"ใช่แล้ว นี่คือเซียนสี่หญ้า!"
เซียนสี่หญ้าที่นี้ รวมสองชนิด
ชนิดหนึ่งสีเขียว สีเขียวหมายถึงยังไม่แก่
