คำพูดที่ถูกขัดจังหวะไป ทำให้เจียงสวี่สวี่ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดต่อหรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาลึกล้ำของฉู่เป่ยเฮ่อ ศีรษะของเธอก็เริ่มมัวหมองไปเอง
ในใจเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่าง แต่เธอก็ไม่กล้าไยดีให้ลึก
ครึ่งคำ จึงได้แต่ตอบรับเสียงอู้อี้เพียงหนึ่งคำ
"โอ๊ย"
พอพูดจบ ราวกับรู้สึกว่าคำตอบแบบนี้มันสั้นเกินไป เจียงสวี่สวี่ก็คิดไปต่างๆ นาๆ ก่อนจะราวกับนึกอะไรออก
"แต่ทำไมนายถึงมีห้องอยู่ชั้นบน?"
เจียงสวี่สวี่ไม่ได้สงสัยว่าทำไมฉู่เป่ยเฮ่อจะมีบ้านหลังอื่นอีก
เพราะด้วยฐานะแบบนายคนนี้ ถ้าเขาอยากได้ เขามีบ้านได้ทุกเมืองทั่วประเทศ
สิ่งที่เจียงสวี่สวี่สงสัยคือ ทำไมเขาถึงมีบ้าน แถมอยู่ตรงชั้นบนของเธอพอดี?
แม้จะเป็นการตัดสินใจแบบกะทันหันที่จะย้ายมาอยู่ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหาบ้านที่ใช่แล้วซื้อมาได้ในคืนเดียว
ดังนั้นบ้านชั้นบนนั้นต้องเป็นของเขาเองอยู่แล้ว
ฉู่เป่ยเฮ่อดูจะไม่แปลกใจกับคำถามของเธอเลย แล้วก็ตอบมา
"โครงการนี้เป็นของตระกูลฉู่ที่ลงทุนพัฒนา"
ความจริงคือ ตอนนั้นเจียงซู่เป็นคนไปถามฉู่เป่ยเฮ่อเรื่องบ้านในโครงการนี้
พอรู้ว่าเขาตั้งใจจะรวมซื้อบ้านกับเพื่อนฝูงเป็นของขวัญวันเกิดให้เจียงสวี่สวี่ ฉู่เป่ยเฮ่อก็ให้คนจัดสรรบ้านออกมาสองห้องทันที
หนึ่งห้องให้เจียงซู่
อีกหนึ่งห้องเก็บไว้เอง
ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจทำอะไร
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการเก็บไว้นั้นถูกทางแล้ว
เขารู้ว่าเจียงสวี่สวี่ไม่ชอบให้ใคร "ปกป้อง" เธอตลอดเวลา เธอก็ไม่ได้ต้องการ "ความปกป้อง" แบบนั้นอยู่แล้ว
ฉู่เป่ยเฮ่อจึงเอ่ยว่า
"เมื่อก่อนเธอบอกว่าจะพาฉันไปสร้างบุญกุศลด้วยกัน คำนั้นยังนับอยู่ไหม?"
