“อืม พี่ใหญ่รับปากแล้วว่าจะไม่ไล่ใครไป พวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”
ลู่เฟยยิ้มพลางปลอบน้องสาวคนที่สี่ ให้เธอวางใจ พร้อมให้คำมั่นสัญญา
แม้จะบอกว่าเป็นคำมั่นที่ให้ไว้กับน้องสาว แต่แท้จริงแล้วก็เป็นคำมั่นที่ให้ไว้กับตัวเองเช่นกัน ความเสียใจจากชาติก่อน มีเพียงชาตินี้เท่านั้นที่จะแก้ไขได้
ในห้องทรุดโทรม บนเตาอุ่นมีเพียงเสื่อฟาง ไม่มีผ้าปูเตียง ไม่ใช่ว่าไม่ปู แต่เป็นเพราะครอบครัวยากจนจนไม่มี
ลู่เฟยมองสำรวจห้องโดยรอบ ก่อนจะฝืนใจไม่มองต่อ เขากลัวว่าหากมองต่ออีกสักพักจะร้องไห้ออกมา
“พี่ใหญ่ไม่ขายพี่สะใภ้กับพี่ฉิง แล้วพี่เตรียมจะขายใครหรือ?”
ลู่หลานน้องสาวคนที่ห้าฟุบอยู่บนเตาอุ่น เงยหน้ากลมเล็กขึ้น “ตอนฤดูใบไม้ร่วง บ้านสกุลโจวขายซานยาไป ตอนส่งตัวไปยังให้ซานยากินแป้งทอดไส้เนื้อหนึ่งมื้อด้วย”
“บ้านลุงโจวได้ข้าวฟ่างไปหนึ่งกระสอบ พี่ใหญ่คงไม่ได้คิดจะขายหนูหรอกนะ?”
ซูหว่านฉิงถือกระบุงใบเล็กที่ใส่มันฝรั่งอบสุก พอเข้าห้องมาก็ได้ยินคำพูดของน้องสาวคนที่ห้า กระบุงในมือร่วงลงพื้นทันที มันฝรั่งกลิ้งกระจายไปทั่ว
ลู่เทากับลู่ซิ่วหน้าถอดสี ทั้งคู่มองลู่เฟยพี่ใหญ่ด้วยความตะลึงงัน
“ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าวันนี้ทำไมถึงมีแป้งทอดไส้เนื้อ ทั้งยังมีข้าวกับมันฝรั่งอีก พี่เขย บอกมาสิว่าขายใครในบ้านไป?”
“แลกของมาได้ตั้งเยอะ ขายคนเดียวคงไม่พอหรอกใช่ไหม พี่เขย พี่นี่มัน...”
