“ที่คุณพูดก็ถูก สามีฉันยืมเงินคุณไปก็ควรคืน ติดค้างคุณมานานขนาดนี้แล้ว คุณทอนเงินให้แค่ 2 หยวนก็พอ ส่วนที่เหลือถือเป็นดอกเบี้ย”
ซูจิ้งอี๋เม้มริมฝีปากล่าง ก่อนเอ่ยตัดสินใจแทนลู่เฟย
เงิน 1 หยวน 2 เหมาไม่ใช่เงินน้อย ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ซูจิ้งอี๋คงไม่กล้าตัดสินใจแทนลู่เฟยแน่ ที่ทำแบบนี้ก็เพราะอยากดูปฏิกิริยาของสามีด้วย
หยางโหย่วเต๋อรับเงินไปแล้ว พอได้ยินคำพูดของซูจิ้งอี๋ก็ชะงักไป ก่อนหันมองลู่เฟย “จริงหรือ? คำพูดของน้องสะใภ้ถือเป็นคำขาดได้ใช่ไหม?”
ลู่เฟยยิ้ม โยนก้นบุหรี่ทิ้ง แล้วหันไปมองซูจิ้งอี๋อย่างอ่อนโยน “จริงแท้แน่นอน คำพูดของเมียฉันย่อมถือเป็นคำขาด ความคิดของเธอก็คือความคิดของฉัน ทอนเงินให้แค่ 2 หยวนก็พอ”
ซูจิ้งอี๋ใจเต้นระทึก เธอตัดสินใจแทนสามีต่อหน้าคนมากมาย แถมยังยกเงินให้เขาเปล่า ๆ ตั้ง 1 หยวน 2 เหมา จึงไม่มั่นใจเอาเสียเลย
แต่พอได้ยินลู่เฟยพูดเช่นนั้น หัวใจที่แขวนค้างอยู่ก็พลันสงบลง เธอเอนตัวพิงลู่เฟยทันที
ไม่ใช่แค่ซูจิ้งอี๋ที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้แต่ซูหว่านฉิงก็ลุ้นจนแทบกลั้นหายใจ หากพี่เขยโกรธเรื่องเงิน 1 หยวน 2 เหมาแล้วลงมือตีพี่สาวต่อหน้าคนอื่นจะทำอย่างไรดี? พี่สาวหุนหันเกินไปแล้ว
พอลู่เฟยพูดจบ ซูหว่านฉิงก็ผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้เพราะความตึงเครียดออกมา
“พี่ชายเป็นคนใจกว้างจริง ๆ น้องสะใภ้ก็ใจกว้างเหมือนกัน”
หยางโหย่วเต๋อควักเงินย่อยกำหนึ่งออกจากกระเป๋า ปกติเขาชอบเล่นไพ่นกกระจอก จึงพกเงินย่อยติดตัวไว้ไม่น้อย เขานับเงิน 2 หยวนส่งคืนให้ซูจิ้งอี๋
