“เป็นแผ่นหินที่ถูกเปิดออก ใต้แผ่นหินมีทางเข้าอยู่ ผมแค่ก้มดูจากด้านบน ยังไม่กล้าผลีผลามลงไป”
“พอออกมาจากตำหนักหลัง ผมก็รีบกลับมาแจ้งพวกคุณทันที”
เมื่อหลี่โหย่วไฉยืนยันเช่นนั้น เซวียเฉียงก็พูดพลางทำมือประกอบไม่หยุด
เว่ยเจิ้นไห่ลุกขึ้นยืน “ไป ตามฉันไปดู ซานวาจื่อ เลิกกินได้แล้ว”
เว่ยเจิ้นไห่พาพวกพี่น้องรีบรุดไปยังตำหนักหลัง
ทั้งห้าคนยืนอยู่ทางซ้ายของวิหารใหญ่ แล้วส่องไฟฉายลงไปใต้แผ่นหิน
“พี่ใหญ่ พวกเรามาที่อารามเต๋าในหุบเขางูตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ใครจะคิดว่าที่นี่มีทางลับซ่อนอยู่ ทำไมถึงไม่เจอกันตั้งแต่แรกนะ”
จางอ้ายหมินก้มตัว ใช้ไฟฉายส่องให้สว่าง จ้องมองทางเข้าที่อยู่ใต้แผ่นหิน ขณะพูดก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา
“คนสี่คนนั่นคงมาที่นี่เพราะทางลับ ด้านล่างต้องมีสมบัติแน่”
“น้องสาม คนสี่คนที่ลงไปก่อนหน้านี้สำรวจทางไว้แล้ว นายเดินเบา เดินนำหน้าไป ฉันจะได้วางใจ”
“น้องสี่ ตามหลังน้องสามไว้ ถ้าเจออะไรผิดปกติให้ยิงทันที”
เว่ยเจิ้นไห่สั่งเสร็จก็หันไปมองหลี่โหย่วไฉ “น้องสองคอยระวังด้านหลัง”
“ไป ลงไปดูกัน”
เซวียเฉียงพยักหน้า มือซ้ายถือไฟฉายส่องทาง มือขวาถือมีดบิน เขาย่อตัวแล้วมุดเข้าไปในทางเข้า
จากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทยอยตามลงไปตามบันได
ระหว่างทางพวกเขาเห็นโครงกระดูกสองร่างอยู่บนขั้นบันได แต่ไม่มีใครสนใจ มุ่งหน้าลงไปเรื่อย ๆ
ในช่องทางบันไดที่มืดสนิท พวกเขาต้องอาศัยแสงไฟฉายส่องทางจึงจะเดินต่อไปได้
