ซูจิ้งอี๋ไม่ได้คิดอะไรมาก เธอกระทืบเท้าลงบนส่วนสามเหลี่ยมอย่างแรง ก่อนกระโจนไปยังฝั่งตรงข้าม
เสียงดังสนั่นพลันดังขึ้นจากด้านหลัง
“กร๊อบ”
“ตูม!”
ระยะห่างตั้ง 3 เมตร ซูจิ้งอี๋กระโดดข้ามไปไม่ถึงฝั่งอยู่แล้ว โชคดีที่เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม่อย่างนั้นคงจบไม่สวยแน่
น้ำในแม่น้ำกระเซ็นขึ้นมา ฟาดใส่แผ่นหลังของซูจิ้งอี๋จนเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด
ซูจิ้งอี๋ตกลงไปในน้ำ แต่สองมือยังคว้าลู่เฟยเอาไว้ได้
ซูหว่านฉิงถือไฟฉายอยู่ ไม่กล้าส่องเข้าตาพี่สาว ส่วนจะพุ่งเข้าไปคว้าตัวพี่สาวก็สายเกินไปแล้ว
ลู่เฟยออกแรงสุดกำลัง คว้ามือทั้งสองข้างของซูจิ้งอี๋แล้วดึงขึ้นมา
ซูจิ้งอี๋ออกแรงในน้ำได้ไม่ถนัด ยังดีที่ปลาปิรันยาถูกกระแทกกระเด็นไปหมด จึงยังไม่มีตัวไหนพุ่งเข้าจู่โจมเธอก่อน
ส่วนสะพานไม้ที่ทำจากขาตั้งสามเหลี่ยมก็ถูกกดจนพังยับเยิน ไม่มีใครสนใจเศษไม้พวกนั้นอีก
ลู่เฟยดึงซูจิ้งอี๋ขึ้นฝั่ง ส่วนตัวเขาเองก็เปียกไปทั้งตัวเพราะน้ำกระเซ็นใส่
ทั้งสามคนเปียกโชกไปหมด รีบถอยห่างจากตลิ่งอย่างรวดเร็ว
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”
หลังถอยห่างจากตลิ่งมาราว 2 เมตร ซูจิ้งอี๋ก็เอ่ยถาม
“พี่ เมื่อกี้มีปลาตัวใหญ่มาก ๆ กระโจนขึ้นมาจากน้ำ มันอ้าปากกว้างแล้วพุ่งเข้าใส่พี่เลย”
“ฟันของมันยาวขนาดนั้น เป็นปลาปิรันยาตัวเบ้อเริ่ม ถ้าพี่กระโดดช้ากว่านี้อีกหน่อย คงโดนมันกลืนลงท้องไปแล้ว”