“ฮ่า ๆ ลูกสาวของนายก็ไม่เลวนะ ตัวมีไออำมหิตติดมาด้วย เดี๋ยวนี้สาว ๆ ทำไมดุกันขึ้นทุกวันเลย”
ซูโหย่วเหวยเอ่ยประเมินอีกคน เขาเป็นพรานมาก่อน จึงพบเจอสัตว์ดุร้ายอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่สัตว์ร้ายจะจู่โจมมนุษย์ มันจะแผ่ไอสังหารออกมา หากอยู่ใกล้ ๆ ซูโหย่วเหวยก็สัมผัสได้อย่างว่องไว
หญิงสาวทั้งสามคนในตอนนี้ต่างแผ่บรรยากาศเช่นนั้นออกมา
เซี่ยงเยว่เยว่พาดลูกธนูไว้บนสายธนู พร้อมยิงได้ทุกเมื่อ
แสงไฟคบเพลิงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ชายที่เดินนำหน้าวางท่าอวดดีนัก ยังไม่ทันเห็นตัว เสียงก็ดังมาถึงก่อนแล้ว “พวกแก ใครเป็นคนตัดสินใจ?”
ไม่มีใครตอบคำถาม เพราะไม่รู้ว่าพวกเขามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร
เมื่อมีซูโหย่วเหวยอยู่ที่นี่ หากเขาไม่ตอบ คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดก่อน
คนฝั่งตรงข้ามเดินเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด ทั้งเจ็ดคนถือคบเพลิง ส่วนอีกสามคนถือไฟฉาย ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าทุกคน
“ถามพวกแกอยู่นี่ไม่ได้ยินหรือไง เป็นใบ้กันหมดแล้วรึ? ใครเป็นคนตัดสินใจ ออกมาพูด!”
ชายที่เดินนำหน้ามีสีหน้าดุดัน สูง 178 เซนติเมตร ในมือถือปืนกล่อง ตะโกนใส่ทุกคนเสียงดัง
“มีอะไรก็พูดดี ๆ อย่าเอาแต่สบถ พวกแกเป็นใคร มาที่นี่มีธุระอะไร?”
ซูโหย่วเหวยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องชายที่เป็นหัวหน้าของอีกฝ่ายแล้วพูด
“แกเป็นคนตัดสินใจของพวกมันใช่ไหม? ฉันก็จะสบถแล้วไง มีปัญหาเหรอ?”
“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? เคยได้ยินคนตัดฟืนริมทะเลสาบหลิ่วเขียวไหม? ฟังให้ดี ฉันชื่อท่านผี”